แอดิเลด เมืองแห่งวิถีชีวิตสีเขียว อาหารอันโอชา และไวน์เลิศรส

แม้จะมีประชากรมากกว่ากว่าล้านคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ อีกทั้งนักท่องเที่ยวมากมาย แต่แอดิเลดก็ยังทำให้ทุกคนไม่รู้สึกแออัด ด้วยที่นี่เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะมีจักรยานให้ยืมปั่นไปได้รอบเมือง อีกทั้งยังเป็นเมืองแรกของโลกที่มีรถบัสพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ให้บริการ ตึกราบ้านช่องก็ล้วนใช้พลังงานสีเขียว นับเป็นเมืองที่ไร้ที่ติอย่างแท้จริง ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ Colonel William Light ผู้ซึ่งวางผังเมืองที่ดีให้แก่ชาวแอดิเลด ทั้งถนนอันกว้างใหญ่ สนามกีฬาสาธารณะที่โอ่อ่าและล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวอันสวยงามทีสามารถเดินทางถึงกันได้ภายใน 20 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ แอดิเลดยังเป็นประตูสู่ไร่ไวน์ของออสเตรเลีย อย่างหุบเขาบารอสซา (Barossa Valley) ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกผลิตผลทางการเกษตรของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตไวน์ระดับโลกอีกด้วย ซึ่งที่นี่ใช้เวลาเดินทางจากกลางเมืองเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเยอรมัน

    หากต้องการสัมผัสมนต์เสน่ห์ในแบบเยอรมันในเมืองแอดิเลด อย่ารอช้าที่จะวางแผนเดย์ทริปไปยังเมืองฮานดอร์ฟ (Hahndorf) หนึ่งในเมืองอันมีชื่อเสียงในแอดิเลด ฮิลล์ (Adelaide Hills) ซึ่งเป็นถิ่นฐานอันเก่าแก่ของชาวเยอรมัน ใกล้ๆ กัน เป็นที่ตั้งของสวนสัตว์เปิด Cleland Wildlife Park ที่เปิดให้ผู้เข้าชมสามารถป้อนอาหารให้แก่จิงโจ้และอุ้มโคอาล่าได้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญอย่าลืมลิ้มลองช็อกโกแล็ตและไวน์เลิศรสด้วย

  • ลิ้มลองเมนูเลิศรส

    ปรนนิบัติตัวเองด้วยมื้ออาหารเลิศรส โดยการเข้าร่วมทัวร์อาหารที่นำโดย A Taste of South Australia ที่นอกจากจะได้ลิ้มลองเมนูอร่อยๆ แล้ว ก็ยังจะได้พบเจอกับเซฟ ผู้ผลิตไวน์ ผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่พร้อมจะมอบประสพการณ์สุดพิเศษให้ โดยสามารถเลือกลักษณะทัวร์ได้หลากหลายแบบเพื่อให้เหมาะกับช่วงเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นในเซ้าท์ออสเตรเลียตามชอบ

  • เมืองแห่งชายหาด

    การเดินทางจากแอดิเลดเพื่อสัมผัสชายหาดและท้องทะเลนั้นเป็นเรื่องง่ายไม่เหมือนกับที่รัฐอื่นๆ เพียงนั่งรถรางไปยังกลีเนลจ์ (Glenelg) ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมทางน้ำได้มากมาย อีกทั้งการลิ้มลองอาหารท่ามกลางอากาศแสนบริสุทธิ์ที่ท่าเรือโฮลฟาสต์ (Holdfast Marina) หรือถนนเจ็ทตี้ (Jetty Road) หรือดำดิ่งเพื่อสัมผัสปะการังที่พอร์ต นัวร์ลุงกา (Port Noarlunga) พร้อมปิดท้ายวันด้วยการชมพระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าที่พอร์ต วิลลุงกา (Port Willunga) รับรองว่าน่าประทับใจไปอีกแบบเช่นกัน

  • ธรรมชาติน่าชม

    สวนพฤกษชาติแอดิเลด (Adelaide Botanic Garden) นับเป็นหนึ่งใน 29 สวนสาธารณะที่ทำให้แอดิเลดเป็นเมืองแห่งธรรมชาติที่โด่งดัง ไม่ไกลกันนักก็คือสวนสัตว์แอดิเลด (Adelaide Zoo) (สวนสัตว์หนึ่งเดียวในซีกโลกใต้ที่มีที่มีแพนด้ายักษ์ หวางหวางและฝู่หนี่ อาศัยอยู่) และสวนพฤกษชาติแอดิเลดซึ่งเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง ด้วยครอบคลุมพื้นที่ 16 เฮกเตอร์อันเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่น และพืชพันธุ์ไม้ประดับที่สวยแปลกตา โดยจะมีบริการทัวร์เดินชมรอบสวนจากสมาคม Friends of the Botanic Garden ซึ่งจะเริ่มต้นจากศาลาโชมเบิร์ก (Schomburgk Pavilion) ในเวลา 10.30 น.ของทุกวัน

  • ท่องเที่ยวเลียบชายฝั่ง

    ท่องเที่ยวสำรวจเมืองชายฝั่ง วิกเตอร์ ฮาร์เบอร์ (Victor Harbor) ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรฟลูเรียร์ (Fleurieu Peninsula) ให้หน่ำใจ ด้วยการนั่งรถรางที่ลากโดยม้า วิ่งเลียบไปบนสะพานไม้ที่เชื่อมไปยังเกาะต่างๆ เพื่อฝูงเพนกวินบนเกาะกราไนท์ (Granite Island) หรือการนั่งรถไฟสตรีมแรนเจอร์ (StreamRanger Train) เยี่ยมชมศูนย์ปลาวาฬเซ้าท์ออสเตรเลียน (South Australian Whale Centre) ชมวิวแม่น้ำเมอร์เรย์ (Murray River) บนเรือนแพเลิศหรู โดยห้ามพลาดชมชมอุทยานแห่งชาติคูรอง (Coorong National Park) ที่อยู่ระหว่างทาง และลิ้มลองเรดร็อคล็อบสเตอร์อันโด่งดังของคูนาวอร์ร่า ที่ไลม์สโตน โคสต์ (Limestone Coast)

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

ใจกลางเมือง 8 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 15 นาที
แท็กซี่ ราคาประมาณ A$18
รถบัสสาย J1 หรือ J2 ออกทุกๆ 30 นาที ใช้ระยะเวลา 30 นาที และตั๋วราคาตั้งแต่ A$3 

สนามบินที่นี่ตั้งอยู่ติดกับเวสบีช (West Beach) ออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 6 กิโลเมตรจากใจกลางเมืองแอดิเลด หากนั่งเเท็กซี่จะใช้เวลาประมาณ 12 นาที โดยมีราคาประมาณ A$18การจอดรถที่สนามบิน: ราคาตั้งแต่ A$4 (30 นาที) ถึง A$33 (24 ชั่วโมง)แอดิเลด เมโทร (Adelaide Metro) มีบริการรถบัส JetBus ที่สะดวกสบาย โดยเชื่อมต่อสนามบินแอดิเลดไปยัง กลีเนลจ์ (Glenelg) เวสต์บีช (West Beach) และในตัวเมือง ด้วยราคาค่าโดยสารปกติ นอกจากนี้ยังมีตั๋วแบบ 3 วันจำหน่ายในราคา A$25 ซึ่งสามารถใช้กับการเดินทางด้วยรถบัส รถไฟ และรถรางได้อย่างไม่จำกัด กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

แอดิเลดมีสภาพอากาศร้อนและแห้งในช่วงฤดูร้อนและอากาศไม่เย็นจัดในฤดูหนาว ซึ่งเป็นเพราะที่นี่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของออสเตรเลีย ฝนและลูกเห็บ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนฤดูหนาว และมักจะไม่มีหิมะตกในเมืองใหญ่ เช่นที่เม้าท์ ลอฟ์ทตี้ (Mount Lofty) และ แอดิเลด ฮิลส์ (Adelaide Hills) ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวตลอดปี นอกเสียจากจะชอบอากาศที่อบอุ่นมากกว่านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมจะเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ด้วยมีอุณหภูมิที่กำลังพอเหมาะ และฝนตกเบาบาง แต่มิถุนายนจะเป็นช่วงที่ชื้นแฉะที่สุดของปี ส่วนฤดูหนาว (มิถุนายน – สิงหาคม) อากาศจะหนาวเย็นขึ้น ฉะนั้นอย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

ที่นี่มีรถมินิบัส Adelaide Airport Flyer เพื่อรับส่งผู้โดยสารจากสนามบินไปยังทุกจุดหมายที่ต้องการ ทั้งในและนอกเมืองแอดิเลด นอกจากนี้ยังมีบริการจักรยานซึ่งเป็นบริการฟรีที่ตั้งอยู่ในเมืองและทางตอนเหนือรวมทั้งหมด 14 จุด และรถบัส City-Loop ก็เปิดให้บริการทุกวันเช่นกัน หรือจะเลือกใช้บริการรถรางที่ให้บริการวิ่งระหว่างเซ้าท์ เทอร์เรช (South Terrace) และมหาวิทยาลัยเซ้าท์ออสเตรเลีย วิทยาเขตซิตี้เวสต์ (University of South Australia, City West Campus) ที่นอร์ท เทอร์เรช (North Terrace) ซึ่งเป็นเส้นทางการให้บริการฟรี อีกทั้งยังมีบริการรถบัสที่ใช้พลังงานโซลาร์ Tindo วิ่งให้บริการฟรีระหว่างในเมืองและนอร์ท แอดิเลดอีกด้วย

กลับไปข้างบน