ประตูสู่ตอนกลางของประเทศจีน

เจิ้งโจวเป็นเมืองเอกของมณฑลเหอหนาน เป็นหนึ่งในแปดเมืองโบราณของประเทศจีน เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมจีน มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่าสามพันปี เจิ้งโจวเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซาง (Shang) (1600 - 1027 ปีก่อนคริสตศักราช) เป็นราชวงศ์ที่สองที่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน เจิ้งโจวตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศจีน ท่ามกลางสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงของประเทศหลายอย่าง รวมถึง เขาซ่ง (Mount Song) ซึ่งอยู่ตรงกลางของห้าเทือกเขาใหญ่ของประเทศจีน และแม่น้ำเหลืองซึ่งไหลผ่านศูนย์กลางของมัน ในปัจจุบันมีประชากรมากกว่าหกล้านคน และมีสถานีรถไฟซึ่งเป็นที่จอดของรถไฟสายสำคัญ คือสายปักกิ่ง-กว่างโจว (Beijing-Guangzhou) เป็นที่รู้จักกันดีด้วยว่าเจิ้งโจวเป็นแหล่งเปิดตัวไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียงนั้น รวมถึงวัดเส้าหลิน (Shaolin) และถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes)

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • วัดเส้าหลิน (Shaolin Temple)

    วัดเส้าหลินและป่าเจดีย์ (Pagoda Forest) ซี่งเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ซึ่งอยู่ประมาณ 90 นาทีจากเจิ้งโจว ตัววัดเองสวยงามมาก และรวมถึงสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวเล็กๆอีกหลายแห่ง รวมถึงวิหารกษัตริย์สวรรค์ (Hall of Heavenly Kings) และถ้ำธรรมะ (Dharma Cave) รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งกำเนิด ทั้งของพุทธศาสนานิกายเซ็นของจีนและศิลปะการต่อสู้ของวัดเส้าหลิน (Chinese Zen Buddhism and Shaolin Martial Arts) จนกระทั่งทุกวันนี้ยังถือว่าเป็นวัดหลักของพุทธศาสนาเส้าหลิน.

  • ถ้ำผาหลงเหมิน (Longmen Grottoes)

    เป็นการท่องเที่ยววันเดียวแบบสบายๆจากเจิ้งโจว ถ้ำผาหลงเหมินมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นที่รวบรวมของถ้ำและโพรงต่างๆ ซึ่งงามตาอย่างน่าทึ่งมาก จากตอนปลายราชวงศ์เว่ยเหนือ (Northern Wei) และราชวงศ์ถัง (Tang) (316 - 907) งานศิลปะที่สะสมไว้เหล่านี้รวมถึงประติมากรรมพระพุทธรูปหินมากกว่า 100,000 องค์ พระปรางค์ และศิลาจารึกต่างๆ ซึ่งแกะสลักเข้าไปในมากกว่า 2,300 ถ้ำและโพรงต่างๆ เป็นระยะทางยาวมากกว่าหนึ่งกิโลเมตร ยืดไปตามผาหินปูนที่สูงชัน ถ้ำผาหลงเหมินถือว่าเป็นตัวอย่างของการแกะสลักจีนที่สำคัญที่สุด.

  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเหอนาน (Henan National Museum)

    สร้างขึ้นในปี 1927 (พ.ศ. 2470) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเหอนานเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่สุดในประเทศจีน ถึงแม้ว่าจะมีโบราณวัตถุมากกว่า 130,000 ชิ้น พิพิธภัณฑ์นี้ก็มีชื่อเสียงเท่าเทียมกันในด้านที่มีรูปทรงปิร���มิดซึ่งเป็นลักษณะโดดเด่นเฉพาะ ศิลปะที่สะสมไว้ที่นี่รวมถึงทองสัมฤทธ์จากราชวงศ์ซางและโจว (Shang and Zhou) ภาชนะหยกและสิ่งของต่างๆนาๆที่เป็นโบราณวัตถุ จากราชวงศ์ที่มีชื่อเสียงหมิงและชิง (Ming and Qing).

  • จุดชมวิวแม่น้ำเหลือง (Yellow River Scenic Area)

    จุดชมวิวแม่น้ำเหลือง เป็นจุดที่ดีที่สุดเพื่อที่จะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันมากที่สุดของเจิ้งโจว จากจุดสูงที่มองเห็นได้อย่างกว้างขวาง สามารถที่จะเห็นแม่น้ำเหลืองอันมีชื่อเสียง รวมทั้งยอดเขาห้ามังกร (Five Dragons Peak), เทือกเขาอูฐ (Camel Mountain Range) และวัด ยูซาน (Yuesham Temple) และจากจุดนี้สามารถมองเห็นรูปหินของจักรพรรดิเหยียนตี้และหวงตี้ (Yandhi and Huangdi) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดัง และสูงมากกว่า 106 เมตร.

  • วัดเทพเจ้าประจำเมือง (City of God Temple)

    สร้างในระหว่างราชวงศ์หมิง (Ming) (พ.ศ. 1911 – พ.ศ. 2187) วัดเทพเจ้าประจำเมือง เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมโบราณที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลเหอนาน นอกจากลุ่มตึกต่างๆซึ่งรวมตัวกันเป็นคอมเพล็กซ์ ยังรวมถึงประตูรั้วของภูเขา ห้องโถงใหญ่ของวัด และสุสานของจักรพรรดิ ในสถานที่นี้ยังรวมถึงประติมากรรมและงานศิลปะต่างๆมากมายอีกด้วย.

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

จากใจกลางเมือง: 40 กิโลเมตร

เวลาเดินทาง: 45 นาที

รถแท็กซี่: 150 หยวน

รถประจำทาง: 20 หยวน

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

เจิ้งโจวมีสภาพอากาศที่แบ่งออกเป็นสี่ฤดูอย่างชัดเจน อากาศฤดูร้อนอาจขึ้นสูงถึง 43 องศาเซลเซียส แต่ในขณะที่เดือนมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวที่สุด อุณหภูมิในบางครั้งอาจลงต่ำถึง -17 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด เนื่องจากมีอากาศที่กำลังสบาย.

ฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะไปเที่ยว เนื่องจากอากาศโดยทั่วไปแล้วกำลังอบอุ่นและฝนไม่ตก เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะปีนเขาซงซาน (Mount Songshan) ซึ่งอยู่ใกล้เคียงนั้น และในช่วงเวลานี้มักจะมีงานแสดงสินค้าใหญ่ๆหลายงานด้วย รวมถึงงานเทศกาลกังฟูเส้าหลินนานาชาติ (International Shaolin Kung Fu Festival).

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

เนื่องจากเป็นสถานีที่รถไฟสายสำคัญสองสายมาบรรจบกัน คือสาย ปักกิ่ง-กว่างโจว (Beijing-Guangzhou) และสายเหลียนหวินกัง-หลันโจว (Lianyungang-Lanzhou), ในตัวเมืองเจิ้งโจวจึงมีถึงห้าสถานีรถไฟ ซึ่งสามารถที่จะเลือกเดินทางระยะยาวด้วยรถไฟได้หลายสาย ไปยังสถานที่ต่างๆในตอนกลางของประเทศจึน ระบบรถไฟในตัวเมืองเจิ้งโจวรวมถึง รถไฟใต้ดินสามสาย วิ่งทุกวันจาก 6.00 น. ถึงเที่ยงคืน ค่าตั๋วหนึ่งเที่ยวเริ่มจาก 2 หยวนสำหรับระยะทาง 6 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นอีก 1 หยวนสำหรับทุกๆ 6 กิโลเมตร.

มีรถประจำทางสำหรับตัวเมืองเจิ้งโจวเช่นกัน ซึ่งรวมถึงสาย 238 ซึ่งเป็นสายที่วิ่งในตัวเมือง จะวิ่งทุกๆ 3 - 5 นาที จาก 6.00 น. ถึง 21.30 น. ทุกวัน ค่ารถ 1 หยวนต่อคน หรืออาจใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งราคาเริ่มจากตอนเรียกรถ 8 หยวนสำหรับ 2 กิโลเมตรแรก ซึ่งปกติแล้วคนขับรถจะเก็บค่าเดินทางตามมีเตอร์.

กลับไปข้างบน