เป็นมากกว่าสวรรค์แห่งการเล่นเซิร์ฟ โฮโนลูลู สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม อีกทั้งความบันเทิง การช้อปปิ้ง และไนท์ไลฟ์

โฮโนลูลูนั้นมีความหมายว่า ที่พักพิงอันแสนสงบ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเล่นเซิร์ฟมิได้คาดหวังที่จะได้พบเจอในขณะที่กระโดดขึ้นบนกระดานโต้คลื่นแล้วพุ่งตรงดิ่งเข้าหาเกลียวคลื่นบนหาดไวกิกิอย่างกล้าหาญ เพราะนักโต้คลื่นที่นี่เชื่อว่าเกลียวคลื่นนี้เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่หัดเล่นและมือเก่าที่มีความชำนาญแล้ว ซึ่งต่างมีเรื่องราวที่น่าจดจำมากกว่าชายหาดที่ทอดยาวของชายฝั่งตอนเหนือ (North Shore) แห่งนี้ เพราะนอกเหนือไปจากผืนทรายและการโต้คลื่นแล้ว นักท่องเที่ยวก็ไม่ควรพลาดการเดินป่าพร้อมสัมผัสกลิ่นของต้นยูคาลิปตัสบนเส้นทางเดินอาอีเออา (Aiea Loop Trail) หรือชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าที่คาเอนา พ้อยท์ (Kaena Point) พร้อมเพลิดเพลินกับแกลเลอรี่ อาหารการกิน ตลาดที่เต็มไปด้วยแผงขายของ บาร์ และร้านบูติคของไชน่าทาวน์ (Chinatown) อีกทั้งสำรวจคฤหาสถ์แชงกรี-ลา (Shangri La (Doris Duke)) ที่สร้างขึ้นโดยทายาทเศรษฐีผู้ใจบุญชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง รวมทั้งสัมผัสประเพณีดั้งเดิมของชาวฮาวายเอียน ลูอาว (Luau) และระบำฮูล่า

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ปีนสู่ภูเขาไฟที่ดับมอด

    ได้มีการกล่าวไว้ว่าไดมอนด์ เฮด (Diamond Head) นั้นเป็นภูเขาไฟที่มีรูปร่างคล้ายกับครีบหลังของปลาทูน่า มีปากปล่อง หรือ tuff cone (เป็นรูปวงแหวนขนาดใหญ่ที่เกิดจากขี้เถ้าภูเขาจับตัวจนแข็งมาก) สูง 232 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของไวกิกิ ไดมอนด์ เฮดถูกตั้งชื่อในศตวรรษที่ 19 โดยกะลาสีชาวอังกฤษ ผู้เข้าใจผิดคิดว่าผลึกคริสตัลในหินบริเวณนี้เป็นเพชรอันล้ำค่า ที่นี่ดึงดูดนักปีนเขา (ค่าผ่านทางราคา US$5) ที่ต้องการท้าทายความสูงชันกับระยะทาง 1.1 กิโลเมตรสู่บริเวณปล่องภูเขาไฟ เพื่อชมทัศนียภาพในมุมสูงของเกาะไวกิกิและมหาสมุทรแปซิฟิก และอิ่มเอมกับอาหารกลางวันที่ตลาดไดมอนด์ เฮด (Diamond Head Market)

  • เตรียมผ้าปูชายหาดให้พร้อม

    สถานที่ที่ดึงดูดโอฮานา (Ohana เป็นภาษาท้องถิ่นแปลว่า ครอบครัว) อลามัวนาบีชพาร์ค (Ala Moana Beach Park) มีพื้นที่น้อยกว่าครึ่งของตารางกิโลเมตร แต่มีหาดทรายยาว 800 เมตรจากฝีมือการสร้างของคน ชายหาดสำหรับการฝึกไลฟ์การ์ด พื้นที่กว้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับปิกนิก บาร์บีคิว และเกมส์ลูกบอลต่างๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับการผ่อนคลาย การแสดงดนตรี และแผงขายอาหาร อีกด้วย

  • รำลึกยังอนุสรณ์สถาน

    สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอเมริกัน อนุสรณ์สถาน USS Arizona Memorial เป็นสถานพักผ่อนสุดท้ายแห่งชีวิตของกะลาสีและนาวิกโยธินรวม 1,102 นายจาก 1,177 นาย ที่เสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงเพิร์ลฮาร์เบอร์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 สถานที่แห่งนี้จึงถูกจัดตั้งให้เป็นหนึ่งในสิ่งที่รำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น โดยมีสะพานที่ลอยอยู่เหนือเรืออับปางที่จัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ อาทิ ระฆังเรือ และนิทรรศการ “The day that will live in infamy” ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพิร์ลฮาร์เบอร์ (The Pearl Harbor Visitor Center) พร้อมเปิดให้เข้าชมยังอนุสรณ์สถาน USS Arizona Memorial 3,000 คนต่อวัน โดยสามารถจองตั๋วผ่านออนไลน์ได้ ซึ่งคิดค่าจองเพิ่มเติมในราคา US$1.50

  • อัศจรรย์แห่งทะเลลึก

    เขตอนุรักษ์ธรรมชาติอ่าวฮานัวมา (Hanauma Bay Nature Preserve) นับเป็นแหล่งอนุรักษ์ปะการังและสัตว์ทะเลนานาชนิดหลากสีสันไว้มากมายตั้งแต่ เต่าทะเลและปลานกแก้วสีเขียว ปลาเยลโล่แทงค์สีเหลือง ไปจนถึงปลาขี้ตังเบ็ดสีฟ้า ซึ่งดึงดูดนักดำน้ำให้มาเยี่ยมเยือนมากมายหลายรุ่น และเมื่อไม่นานมานี้ ที่นี่ก็ได้มีการมีการเริ่มการอนุรักษ์ประชากรมีครีบทั้งหลายของอ่าวโค้ง หรือ Curved Bay ที่ตั้งอยู่ห่างจากหาดไวกิกิไปเพียง 17 กิโลเมตร ด้วยการจำกัดนักท่องเที่ยวเพียง 3,000 คนต่อวัน พร้อมเก็บค่าเข้าราคาคนละ US$5 (เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปีเข้าฟรี) แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับโอกาสที่จะได้นับชื่อสัตว์ทะเลนานาชนิด (รวมถึง  Humuhumunukunukuapuaa ซึ่งเป็นปลาประจำรัฐฮาวาย) จ���กถังใส่ปลาใบนี้

  • รสชาติที่ลงตัวในแบบทรอปิคอล

    เผือกและหมูย่างบนเหล็กเสียบนั้นเป็นอาหารของชาวฮาวาย ลูอาวดั้งเดิม แต่ในปัจจุบันนี้ เมนูนี้ได้กลายเป็นอาหารจานอร่อยของเหล่าเซฟมากฝีมือภายใต้ชื่อ Hawaii Regional Cuisine (HRC) ที่ทำให้ทั่วทั้งเกาะเต็มไปด้วยเมนูน่ารับประทานชวนน้ำลายสอ กลุ่ม HRC นี้จะสร้างสรรค์อาหารสไตล์ฟิวชั่นด้วยรสชาติของอาหารที่บ่งบอกถึงความเป็นฮาวายผสมผสานกับองค์ประกอบอื่นๆ จากวัฒนธรรมการครัวที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน เมนูที่สร้างสรรโดยเชฟของกลุ่ม HRC สามารถลิ้มลองได้ที่ ร้าน Alan Wong’s Restaurant, The Pineapple Room ที่อลามัวนาเซ็นเตอร์ Roy’s Waikiki และ Chef Mavro

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

ระยะทางสู่ใจกลางเมือง 5 กิโลเมตร ระยะเวลา 20-30 นาที แท็กซี่ราคาประมาณ US$35-40 รถบัส สาย 19 และ 20 มีบริการรับ-ส่งไปยังตัวเมืองไวกิกิและอลามัวนาเซ็นเตอร์ ราคา US$2.50 (ผู้ใหญ่), US$1.25 (เด็ก) SpeediShuttle มีบริการรับ-ส่งถึงในทุกจุดหมายด้วย ราคา US$14.55 (ราคาไม่รวมค่าขนส่งกระเป๋าเดินทาง)

แท็กซี่จากสนามบินไปยังไวกิกิ ราคาประมาณ US$35-40 ในช่วงเวลาปกติ กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

ฤดูหนาวคือช่วงที่มีคลื่นยักษ์และมีพายุที่รุนแรงเป็นระยะ โดยเริ่มตั้งแต่สิ้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งอุณหภูมิจะอยู่ราวๆ 16-25 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามเดือนธันวาคมถึงเมษายน รวมทั้งเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นไปถึง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งนับเป็นฤดูท่องเที่ยวยอดนิยมเพราะตรงกับช่วงปิดเทอมของครอบครัวชาวอเมริกัน ทุกๆ ปีในเดือนมีนาคม จะมีการจัดเทศกาลโฮโนลูลู (Honolulu Festival) ที่เต็มไปด้วยศิลปะและความบันเทิง เพื่อเฉลิมฉลองวัฒธรรมของภูมิภาคแปซิฟิกนี้ นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลอะโลฮ่า (Aloha Festivals) ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 6 เกาะ ในช่วงปลายฤดูร้อนถึงก่อนฤดูใบไม้ร่วง โดยจะมีการแสดงคอนเสิร์ต พาเหรดขบวนดอกไม้ และปาร์ตี้ริมถนนที่เรียกว่า ho’olaule’a  ปิดท้ายกับเดือนกันยายน กับเทศกาลอาหารและไวน์ Hawaii Food & Wine Festival และ Taste of the Arts Festival

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

TheBus บริการรถบัสที่ครอบคลุมทุกเส้นทางในโฮโนลูลู ด้วยราคา US$2.50 ตลอดสาย ทั้งยังมีตั๋วสำหรับใช้ติดต่อกันสี่วันจำหน่ายในราคา US$35 ที่ร้านสะดวกซื้อ ABC และอลามัวนาเซ็นเตอร์ ซึ่งรถสาย 22 นั้นเป็นทราบกันดีว่าเป็นสายบีชบัส (Beach Bus) ในขณะที่สาย 52 มักจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารเสมอ ด้วยเป็นรถที่วิ่งวนรอบเกาะ ทั้งนี้ที่อลามัวนาเซ็นเตอร์ คือ ศูนย์รวมรถบัสหลากหลายสาย เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในทุกจุดหมายสำคัญ

กลับไปข้างบน