เกาะเล็ก ศูนย์กลางของกิจกรรมและการสร้างสรรค์ ที่อบอวลด้วยความเชื่อแบบโบราณและการพักผ่อนที่ลงตัว

นาข้าวขั้นบันไดแบบบาหลี ชายหาดส่วนตัว เกลียวคลื่นที่สมบูรณ์แบบ สีสันของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ภูเขาไฟ และวัฒนธรรมฮินดูที่น่าสนใจ ล้วนทำให้บาหลีเหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอาบแดดหรือโต้คลื่นบนชายหาดของ หาดจังกู (Canggu) นูซา ดัว (Nusa Dua) หรืออูลูวาตู (Uluwatu) หรือสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมเชื่อมต่อจิตใจของคุณขณะเล่นโยคะท่าต้นไม้ (Vrksasana) ที่อูบุด (Ubud) หรือชมน้ำพุร้อนที่ตีนเขาของภูเขาบาตูร์ (Batur Mountain) ในกินตามานี (Kintamani) อีกทั้งดำน้ำแล้วตื่นตาตื่นใจไปกับปะการัง เต่าทะเล ฝูงปลาผิวน้ำรอบๆ ทูลัมเบน (Tulamben) นูซา เปอนีดา (Nusa Penida) หรือเกาะเมนจังกัน (Menjangan Island) และแน่นอน อย่าพลาดโอกาสที่จะไปชมพระอาทิตย์ตกดินอันงดงามขณะจิบค็อกเทลบนชายหาดในกูตา (Kuta) หรือ เซมินยัค (Seminyak)

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ชมทุ่งข้าว

    ขับรถไม่ไกลจากอูบุด (Ubud) ก็จะได้เพลิดเพลินกับอาหารกลางวันท่ามกลางวิวนาข้าวขั้นบันไดเตกัลลาลัง (Tegalalang Rice Terraces) ก่อนมุ่งหน้าสู่กินตามานี (Kintamani) เพื่อแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติบาตูร์ (Batur Natural Hotsprings) opens in new window ที่ตั้งอยู่ติดกับทะลเสาบบาตูร์ (Batur Lake) และชมวิวอันน่าอัศจรรย์ใจของภูเขาไฟ บาตูร์ (Batur Volcano)

  • อิ่มเอมจากภายใน

    ลองนั่งสมาธิหรือทำโยคะท่ามกลางทุ่งข้าวของอูบุด  โดยที่หมู่บ้านดราก้อนฟราย (Dragonfly Village) opens in new window นั้นพรั่งพร้อมไปด้วยแพ็คเก็จแห่งการพักผ่อนมากมาย และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสระน้ำเค็มและซาวน่า

  • ดำดิ่ง

    นั่งสปีดโบ้ทจากหาดซานูร์ (Sanur Beach) ไปยังนูซา เล็มบงกัน (Nusa Lembongan) เกาะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับนูซา เชนินกัน (Nusa Ceningan) อันเปรียบเสมือนอัญมณีที่หลบซ่อนตัวอยู่ ด้วยมีน้ำทะลสีเทอร์ควอยซ์ใสแจ๋วให้ชม พร้อมพักผ่อนบนเก้าอี้อาบแดดที่ดรีมแลนด์ บีช (Dreamland Beach) หรือดำน้ำในบลู ลากูน (Blue Lagoon) ที่กับนูซา เชนินกัน นอกจากนี้ ยังสามารถไปดำน้ำลึกที่เกาะโดยรอบซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงอย่าง นูซา เปอนีดา (Nusa Penida) ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นแหล่งดูปลาโมลา โมลา หรือปลาแสงอาทิตย์ (Mola-Mola หรือ Ocean Sunfish) ที่โด่งดัง ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน

  • เรื่องของอาหาร

    มุ่งหน้าไปยังหาดเคดงงานัน (Kedonganan Beach) ในจิมบารัน (Jimbaran) ที่ๆ คุณสามารถพบกับร้านอาหารเรียงรายริมทะเล พร้อมเลือกปลา ปู หรือกุ้งที่ต้องการเพื่อให้ทางร้านปรุงให้ตามแบบที่ชื่นชอบ และสัมผัสกับลมเย็นๆ คลอเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ชมการแสดงการเต้นรำของชาวบาหลีในขณะที่คุณดื่มด่ำกับการรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กัน

  • เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์

    จัดทริปไปยังทิศตะวันออกของบาหลี พร้อมชมทีร์ตากังการ์ (Tirta Gangga) opens in new window ซึ่งเป็นสวนน้ำเก่าแก่ ไม่ไกลกันก็เป็นที่ตั��งของหมู่บ้านเทงกานัน (Tenganan Village) opens in new window ที่ยังคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตในแบบกัมปง (Kampong แปลว่า หมู่บ้านเล็กๆ ของอินโดนีเซีย) ในช่วงยุคก่อนที่ศาสนาฮินดูจะเข้ามาถึงที่นี่ ชมพิธี Makare-kare (สงครามใบเตย) ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนห้าตามปฏิทินของชาวบาหลี และเรียนรู้วิถีแห่งความอุตสาหะในการทอผ้ากริงซิง (Gringsing) ที่หนึ่งผืนใช้เวลาทอเป็นปี

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 13 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 15 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ 70,000-90,000 รูเปียห์

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

ด้วยตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร บาหลีจึงมีแดดออกเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม โดยจะมีฝนตกเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันตามด้วยเมฆปกคลุมบ้าง แต่จะมีอุณหภูมิที่ลดลงในบริเวณภูเขาทางตอนกลางของบาหลี

เทศกาลว่าวประจำปี (Kite Festival) จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาฮินดูของชาวบาหลีก็จะมีให้พบเห็นได้ตลอดปี ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองเพื่อให้มีชีวิตที่ดีในทุกๆ ด้าน หากโชคดีก็จะได้ชมพิธีเผาศพ (Ngaben หรือ Pelebon Cremation Ceremony) ที่มีผู้เข้าร่วมพิธีกว่าพันคน

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

นอกเหนือจากรถบัส Sarbagita และชัตเตอร์บัสของภาคเอกชนที่มีบริการมากมาย ก็ไม่มีการขนส่งมวลชนที่สามารถเชื่อถือได้เลยในบาหลี วิธีเดินทางที่สะดวกสบายที่สุด คือ การเช่ารถส่วนตัวพร้อมคนขับ ซึ่งคิดค่าบริการเป็นรายวัน (สำหรับ 8-10 ชั่วโมง) หรือจะเลือกใช้สกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซด์เหมือนคนท้องถิ่น ที่มีให้เช่าในราคา 50,000 รูเปียห์ต่อวัน ก็ได้เช่นกัน

 

กลับไปข้างบน