ซัปโปโร เมืองน้องใหม่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบอเมริกาเหนือ เสมือนไม่ได้อยู่ในเอเซีย

ซัปโปโร เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศในแบบประเทศตะวันตก ด้วยถนนกว้างขวางที่จัดวางเป็นระบบรอบๆ สวนสารธารณะใจกลางเมือง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่แปลกประหลาดสักเท่าใด เนื่องจากการออกแบบผังเมืองดังกล่าวมีชาวอเมริกันเป็นผู้ร่วมออกแบบด้วย เมืองแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามมาตรฐานของญี่ปุ่นจึงมีขนาดกำลังดีและสะดวกในการสัญจร อันเป็นผลพวงมาจากความเป็นสากลที่ตกทอดมาจากในอดีต ผนวกกับตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือการขนส่งสินค้านานาชาติโอตารุ แม้ที่นี่จะมีฤดูหนาวที่โหดร้ายก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่ย่อท้อที่จะท้าความเย็นยะเยือกเดินทางมาชมเทศกาลหิมะในเดือนกุมภาพันธ์ อีกทั้งท่องเที่ยวที่สกีรีสอร์ท นอกเหนือจากช่วงเวลาอันหนาวเย็นนี้ ซัปโปโรเป็นเมืองที่สวยงามเหมาะแก่การเดินเที่ยวชมได้ตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนโอโดริหรือสัมผัสแสงสีในย่านซูซูกิโนะ ที่รวมไว้ซึ่งร้านอาหาร ร้านดื่ม และผับบาร์ในแห่งเดียวกัน

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ก่อนพระอาทิตย์จะอัสดง

    ใกล้ๆ กับภูเขาโมอิวะ (Mt Moiwa) นั้นเป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่บนยอดเขา นับเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการมาดูพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมชมวิวยามค่ำคืนของเมืองซัปโปโร ซึ่งสามารถเดินทางมาได้โดยกระเช้า ทั้งนี้ด้านบนยังมีร้านอาหารสำหรับให้คุณนั่งเพื่อดื่มด่ำไปกับวิวยามเย็น พร้อมด้วยกับแกล้มและเบียร์สุดโปรดอีกด้วย

  • ลิ้มลองของหวานเลื่องชื่อ

    ชิโรอิ โคอิบิโตะ คือคุกกี้ที่เป็นของฝากชื่อดังของเมืองซัปโปโร อันเป็นที่รู้จักในอีกนามว่า “ไวท์ สวีทฮาร์ต” (White Sweethearts) ซึ่งทำมาจากคุกกี้ลิ้นแมวแผ่นบางเฉียบสองแผ่นสอดไส้ด้วยไวท์ช็อกโกแลตหวานหอม โดยสามารถไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิต opens in new windowได้ ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) ที่ถูกออกแบบให้เหมือนปราสาทของวิลลี่ วองก้าที่ผสมผสานไปกับความหลงใหลในลูกกวาดสีสวย ที่เด็กๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับการทำคุกกี้ได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่คนหนุ่มสาวก็อาจสนุกสนานไปกับการถ่ายรูปเซลฟี่ได้เช่นกัน

  • เนื้อย่างเจงกิสข่าน

    เมนูพิเศษที่ต้องลิ้มลองประจำท้องถิ่นของเมืองซัปโปโร คือ เนื้อเจงกิสข่าน เนื้อแกะ และผักย่าง ที่ปรุงบนเตาย่างพิเศษรูปทรงโต๊ะ โดยชื่อของเนื้อย่างเจงกิสข่านจานนี้ได้ถูกตั้งขึ้นตามรูปร่างของเตาย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหมวกมองโกเลีย รวมทั้งเนื้อแกะย่างที่ว่ากันว่าเป็นอาหารยอดนิยมของนักรบชาวมองโกล โดยแหล่งยอดนิยมที่สามารถไปลิ้มลองเนื้อเจงกิสข่านนี้อยู่ที่ซัปโปโร เบียร์ การ์เด้นท์ (Sapporo Beer Garden) ซึ่งเป็นโรงเบียร์ที่สร้างเป็นตึกด้วยอิฐสีแดง ปกคลุมไปด้วยไม้เลื้อย ซึ่งสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 2,400 ที่นั่ง

  • ลิตเติ้ลอัมสเตอร์ดัม

    โอตารุ เมืองเล็กๆ ติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ซึ่งสามารถมาเที่ยวชมแบบเช้า-เย็นกลับได้จากซัปโปโร ด้วยบริการรถไฟด่วนในราคา 640 เยน ใช้เวลาเพียง 30 นาที ที่นี่เต็มไปด้วยตึกอิฐสีแดงและคลองที่ถอดแบบมาจากประเทศฮอลแลนด์ จึงเหมาะสำหรับการเดินเล่นในวันที่อากาศแจ่มใส นอกจากนี้ โอตารุยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องแก้วและกล่องดนตรีแฮนด์เมด อีกทั้งเบียร์ท้องถิ่น opens in new windowสไตล์บาวาเรียนที่ไม่ควรพลาด

  • สวนสาธารณะใจกลางเมือง

    สวนสาธารณะรอบตัวเมืองซัปโปโรมีชื่อว่าสวนโอโดริ ซึ่งทำหน้าที่แบ่งเมืองออกเป็นซีกเหนือและซีกใต้ สวนแห่งนี้กว้างหนึ่งบล็อกถนนและยาวถึง 1.5 กิโลเมตร และเป็นจุดชมวิวภูเขาใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี สวนโอโดริยังเป็นสถานที่สำหรับจัดงานเทศกาลใหญ่ๆ ประจำเมืองทั้งเทศกาลหิมะซัปโปโรในฤดูหนาว และเทศกาลเบียร์แห่งฤดูร้อน นอกจากนี้ ที่นี่ยังข้าวโพดปิ้งเสียบไม้ขายและมันฝรั่งนึ่งให้ได้ซื้อกินริมทางตลอดปีอีกด้วย

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

ระยะทางสู่ใจกลางเมือง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาการเดินทาง 1 ชั่วโมง แท็กซี่ ราคาประมาณ 13,000 เยน และค่าทางด่วนอีก 1,000 เยน รถไฟ แอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส ใช้เวลา 35 นาที ราคา 1,040 เยน 

รถบัสไปยังในเมืองซัปโปโร ราคาประมาณ 1,030 เยนแท็กซี่ ราคาประมาณ 13,000 เยน และค่าทางด่วนอีก 1,000 เยนสนามบินซัปโปโรอยู่ห่างจากเมืองไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร แต่ที่นี่ก็มีรถไฟในการเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรถไฟแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส จะใช้เวลา 35 นาที และออกทุกๆ 15 นาที ไปยังตัวเมืองมีค่าโดยสาร 1,040 เยน กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

ฮอกไกโดเป็นที่รู้จักกันดีถึงความหนาวเย็นและฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะ โดยทะเลทางฝั่งของประเทศญี่ปุ่นจะมีหิมะตกมากกว่าทะเลทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และในตัวเมืองซัปโปโรจะมีหิมะตกสูงถึง 6 เมตรทุกปี อุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในช่วงฤดูหนาว ส่วนช่วงเวลาอื่นๆ ของปี จะมีอากาศแห้งและเย็นมากกว่าเมืองอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น และจะไม่มีฤดูร้อนและฤดูฝน ที่นี่จึงเป็นถิ่นพำนักเป้าหมายของชาวเมืองขี้ร้อนทางใต้ทั้งหลาย เพราะจะมีอุณหภูมิปกติประมาณ 20 องศาเซลเซียสกว่าๆ ในช่วงเดือนฤดูร้อน และลดลงถึงประมาณ 10 กว่าๆ องศาเซลเซียสในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูใบไม้ร่วง หากกำลังวางแผนที่จะมาท่องเที่ยวซัปโปโร สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์นั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะมีการจัดเทศกาลหิมะ ที่ทั้งเมืองจะเรียงรายไปด้วยรูปปั้นหิมะตัวใหญ่ยักษ์และการประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลัก ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม สวนโอโดริยังถูกแปลงโฉมให้เป็นลานเบียร์ขนาดใหญ่ สำหรับเทศกาลเบียร์แห่งฤดูร้อนประจำปีอีกด้วย

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

ตัวเมืองเมืองซัปโปโรนั้นไม่ใหญ่นัก จึงสามารถเดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้สบาย แต่ก็มีบริการรถไฟใต้ดิน Japan Rail (JR) ถึง 3 สายด้วยกัน อีกทั้งรถรางสตรีทคาร์ และรถประจำทางสายต่างๆ มากมาย โดยรถไฟใต้ดินจะคิดค่าเดินทางตามระยะทาง แต่ก็มีตั๋วเดินทางรายวันที่ใช้ได้แบบไม่จำกัดในราคา 800 เยน จำหน่ายเช่นกัน สำหรับการเดินทางไปไหนมาไหนหลายที่ รถรางสตรีทคาร์ก็มีบริการรับ-ส่งระหว่างย่านซูซูกิโนะและเขาโมอิวะ ในราคาเดียวที่ 170 เยน ส่วนรถไฟ JR จะเหมาะสำหรับการเดินทางนอกเมือง

กลับไปข้างบน