ปรนเปรอตัวเองอย่างไม่ต้องคิด ที่เมืองหลวงแห่งอาหารอร่อยของประเทศญี่ปุ่น

ด้วยเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับสามและมีความสำคัญเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น โอซาก้าจึงเปี่ยมไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแห่งการค้าที่มีความสำคัญเทียบเท่าโตเกียวก็ว่าได้ ด้วยมีสำนักงานของบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นตั้งอยู่อย่างถาวรมากมาย นอกจากนี้ โอซาก้ายังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมป๊อปและการช้อปปิ้ง แต่ที่มากไปกว่านั้น คือ ความโด่งดังด้านอาหารเลิศรส และอุปนิสัยของชาวเมืองที่ชื่นชอบการรับประทานอย่างยิ่ง ตามนิยามที่ว่า คุอิดะโอะเระ ที่แปลว่ากินจนหมดแรง ทั้งนี้คงต้องขอบคุณบรรยากาศที่เป็นกันเองและความชำนาญในการปรุงอาหาร ที่พร้อมจะทำให้คุณหลงใหลไปกับเสน่ห์ของเมืองควบคู่ไปกับความอิ่มจนแน่นท้องเลยทีเดียว

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ท่องเที่ยวไปพร้อมกับการเรียนรู้

    นอกจากโอซาก้าจะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งบันเทิงใจและและการช้อปปิ้งแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่คุ้มค่าสำหรับการไปเยี่ยมเยือน อย่างที่ พิพิธภัณฑ์ Peace Osaka opens in new window ที่ที่จะเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ถึงความหลังของเมืองในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์โอซาก้า (Osaka Science Museum) opens in new window ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานที่จับต้องได้ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ โอซาก้า (National Museum of Arts) opens in new window ที่จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนผลงานศิลปะสมัยใหม่ให้ได้ชมตลอดเวลา

  • สนุกสุดเหวี่ยง

    ด้วยโด่งดังในการเป็นผู้นำของความสนุกและความบันเทิง โอซาก้าจึงได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (Universal Studios Japan) opens in new windowและเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์เปิดตัวเมืองพ่อมดแฮรี่พอตเตอร์ไปหมาดๆ (The Wizarding World of Harry Potter) ซึ่งก็พร้อมมอบความสนุกสุขสันต์ไม่แพ้กันเลยที่เดียว หากมาเที่ยวที่นี่ช่วงวันฮาโลวีน ก็อย่าลืมแวะที่สวนสนุกซอมบี้ วอร์ก ที่รับรองว่าน่ากลัวสุดๆ

  • เกาะติดความอร่อย

    หลายๆ คนอาจทราบว่าโอซาก้านั้นขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารการกินอย่าง ทาโกะยากิ (แป้งกลมไส้ปลาหมึก) และ โอโคโนมิยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็มิใช่เป็นเมนูอร่อยที่โด่งดังของโอซาก้าเท่านั้น เพราะโอซาก้ายังมี คูชิอะเกะ ซึ่งเป็นของทอดหลายๆ อย่าง นำมาเสียบไม้ จิ้มกินกับซอส ร้านแนะนำก็คือ Bon opens in new window ที่จัดเสิร์ฟคูชิอะเกะแบบหรูหรา และร้าน Kushiage Daruma opens in new window ในแบบธรรมดาๆ

  • ถึงเวลาเดินทางอีกครั้ง

    หากได้สัมผัสแสงสียามค่ำคืนแห่งเมืองโอ��าก้ากันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็สามารถหลีกหนีไปสัมผัสความดั้งเดิมของเมืองเกียวโตได้ในแบบเช้าเย็นกลับ ด้วยมีรถไฟบริการรับ-ส่งระหว่างสองเมืองนี้ เพียงใช้เวลาเดินทางแค่หนึ่งชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น คุณก็จะได้พบกับวัดคินคะคุจิ วัดชื่อดังสีทองอร่าม ประตูสีแดงทอดยาวของศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ และทางเดินเลียบป่าไผ่อาราชิยาม่า โดยจะสามารถเดินทางกลับมายังเมืองโอซาก้าได้ทันมื้ออาหารค่ำอย่างแน่นอน

  • สัมผัสตึกสูงระฟ้า

    ตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building) แม้จะเป็นตึกที่มีรูปร่างคล้ายกับตัวต่อเลโก้ แต่ก็นับเป็นสุดยอดผลงานทางวิศวกรรมการก่อสร้างอันน่าประทับใจ ด้วยมีบันไดเลื่อนลอยฟ้าที่จะนำไปยังจุดชมวิว ซึ่งอาจจะเสียวไส้ไปสักนิดสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความสูง แต่ความพยายามของคุณจะไม่เสียเปล่าด้วยจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองโอซาก้าอันเจิดจรัสเป็นรางวัล อีกทั้งชั้นใต้ดินของตึกยังมีการจำลองถนนในสมัยเมจิ ที่เรียงรายไปด้วยบาร์เหล้าแบบโบราณและร้านอาหารให้คุณได้อิ่มเอม

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

ระยะทางสู่ใจกลางเมือง 40 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 50 นาที แท็กซี่ ราคาประมาณ 13,000-14,500 เยน ในช่วงกลางวัน และ 15,500-17,000 เยนในช่วงกลางคืน ซึ่งไม่รวมค่าผ่านทางพิเศษหรือทางด่วน รถไฟ เดินทางสู่นัมบะด้วยรถไฟสายนันไค ใช้เวลา 35 นาที ราคา 920 เยน สำหรับรถไฟ Japan Rail (JR) เดินทางไปยังเทนโนจิ ใช้เวลา 30-40 นาที ราคาตั๋ว 1,060 – 2,230 เยน รถบัส รับ-ส่งตามจุดสำคัญต่างๆ ในภูมิภาคคันไซก็มีให้บริการเช่นกัน

มีรสบัสรับส่งตามจุดท่องเที่ยวหลักต่างๆในโอซาก้ารวมไปถึงทั้งหมดในภูมิภาคคันไซแท็กซี่มีราคาค่าโดยสารที่เป็นมาตรฐานจากสนามบินคันไซไปยังคิตาคุและโซคุ ซึ่งในช่วงกลางวัน จะราคาประมาณ 13,000-14,500 เยน และ 15,500-17,000 เยนในช่วงกลางคืน ซึ่งไม่รวมค่าผ่านทางพิเศษหรือทางด่วนสนามบินคันไซมีบริการรถไฟไปสู่เมืองโอซาก้าอย่างสะดวกสบาย โดยมีรถไฟสายนันไคไปยังนัมบะ ใช้เวลา 35 นาที ราคา 920 เยน ในขณะที่รถไฟ Japan Rail (JR) เดินทางไปยังเทนโนจิ ใช้เวลา 30-40 นาที ราคาตั๋ว 1,060 – 2,230 เยน กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

โอซาก้ามีอากาศแบบกลางๆ และฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 6 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว และเกือบๆ 30 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูร้อน โดยที่ไม่ค่อยมีหิมะตก ปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคมคือช่วงฤดูฝน และจะมีพายุไต้ฝุ่นติดตามมาด้วย ด้วยมีจุดชมดอกซากุระบานที่โด่งดังทั้งในเมืองตัวและเมืองที่ใกล้ๆ กับเกียวโต ช่วงฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาท่องเที่ยว เช่นเดียวกับในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเปลี่ยนสีให้ได้ชม นอกจากนี้ โอซาก้ายังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันซูโม่ครั้งใหญ่ในช่วงกลางเดือนมีนาคม อีกทั้งเทศกาลเท็นจิน มัตซึริ ในปลายเดือนกรกฎาคม ที่จะมีการจัดแสดงเรือกว่า 100 ลำ ตกแต่งอย่างสวยงามล่องตามลำน้ำโอกาวะ และในช่วงกลางเดือนตุลาคมบริเวณปราสาทโอซาก้าก็จะสวยงามไปด้วยทุ่งดอกเบญจมาศให้ได้ชมเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

การเที่ยวชมโอซาก้านั้นสะดวกสบายด้วยระบบการขนส่งของรถไฟใต้ดิน โดยราคาค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง แต่สำหรับการท่องเที่ยวหนึ่งถึงสองวัน ตั๋วแบบ Osaka Amazing Pass นับเป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยสามารถใช้กับทั้งรถไฟใต้ดินและรถบัส รวมทั้งยังได้ส่วนลดในการเข้าชมสถานที่ต่างๆ ถึง 13 แห่ง และฟรีค่าเข้าชมอีกกว่า 28 แห่ง ซึ่งตั๋วดังกล่าวสามารถหาได้ที่จุดบริการนักท่องเที่ยวที่สนามบิน สถานีรถไฟอุเมดะ จุดบริการนักท่องเที่ยวสถานีรถไฟนัมบะ และโรงแรมในเมือง

กลับไปข้างบน