เดอะบิ๊ก มิกัน – สัมผัสความรีบเร่งของมหานครโตเก��ยว ท่ามกลางมุมมองอันหลากหลายที่จะดึงดูดคุณให้ได้มาเยี่ยมเยือน

โตเกียวมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมด 2,200 ตารางกิโลเมตร โยงใยไปด้วยเครือข่ายของรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินที่จะนำไปสู่สถานนีต่างๆ ของชุมชน ทั้งอากิฮาบาระสวรรค์ของโอตาคุ ผู้คลั่งไคล้ในการ์ตูนอนิเมะ ฮาราจูกุ แหล่งช้อปปิ้งที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยผู้คนที่แต่งตัวในสไตล์คอสเพลย์ ชินจูกุ แหล่งธุรกิจและที่ตั้งของย่านคาบูกิโช อันเป็นย่านสังสรรค์ของเหล่ามนุษย์เงินเดือนยามเลิกงาน กินซ่า แหล่งช้อปปิ้งอันหรูหราและการแสดงละครคาบูกิ อาซากุสะหรือคากุระซากะ ที่ตั้งของร้านอาหารและร้านค้าในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ของสมัยเอโดะดั้งเดิม และเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนอย่างรปปงหงิและชิบุยะก็เต็มไปด้วยคลับที่เปิดเพลงตลอดทั้งคืนฉะนั้นอย่ารอช้าสุ่มเลือกสถานีไหนก็ได้และปล่อยให้โตเกียวเซอร์ไพรส์คุณเอง

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • กิจกรรมสำหรับเด็กๆ

    หากคุณมีเด็กๆ ร่วมทริปมาด้วย ควรจัดกิจกรรมท่องเที่ยวไปยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ opens in new window (ค่าเข้า 720 เยน, 410 เยน สำหรับนักเรียนมัธยม และ 260 เยน สำหรับเด็กเล็ก) กับการเรียนรู้ผ่านโลกแห่งหุ่นยนต์และเครื่องจักร หากเด็กคนไหนไม่ชอบรถไฟ ลองพาไปชมพิพิธภัณฑ์รถไฟ opens in new window ที่มีรถไฟจำลองให้ปีนป่ายไปตามตู้โดยสารรถไฟโบราณ (1,000 เยน, 500 เยน สำหรับเด็กเล็ก)

  • แหล่งแฮงค์เอ้าท์สุดฮิป

    ย่านคิชิโจจิ นับเป็นแหล่งแฮงค์เอ้าท์ของชาวฮิปสเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองโตเกียว ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ บาร์ และร้านรวงสุดเก๋ อีกทั้งยังเป็นถิ่นกำเนิดของสวนสาธารณะอิโนคาชิระอันมีชื่อเสียง โดยในย่านคิชิโจจินี้ นอกจากความทันสมัยแล้ว คุณก็สามารถสัมผัสถึงไลฟ์สไตล์ของชาวญี่ปุ่นแท้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ร้าน Iseya เพื่อลิ้มลองไก่ย่างยากิโทริแบบดั้งเดิม หรือไปยังตรอกที่พลุกพล่านด้วยผู้คนอันเป็นที่ตั้งของร้าน Harmonica Yokocho บาร์แบบยืนดื่มในสไตล์ญี่ปุ่น ตบท้ายด้วยการแสดงคาบาเร่ต์ที่ Circus Cafe opens in new window

  • ลิ้มลองอาหารทะเลรสเลิศ

    จะมีที่ไหนที่จะมีเมนูซูชิและปลาดิบที่สดไปกว่าที่ ตลาดปลาซึกิจิ opens in new window หรือการดำดิ่งสู่ท้องทะเลด้วยตนเอง หากสามารถมาถึงที่ตลาดแห่งนี้ในเวลาตีห้า ก็จะได้พบกับการประมูลปลาทูน่าที่มีชื่อเ��ียงโด่งดัง แต่ถ้าไม่ทันก็ไม่ต้องกังวล ลองมองหาร้านซูชิที่ถูกใจเพื่อลิ้มลองความสดใหม่ของเนื้อปลาจากท้องทะเล อย่างที่ร้านชื่อดัง Sushi Zanmai opens in new window ร้านนี้เปิดทำการตลอดเวลา แถมยังมีเมนูรูปภาพให้ดูและชี้สั่งได้อย่างง่ายดาย

  • เดินท่องให้ทั่วโตเกียว

    ด้วยมีหลากหลายสิ่งให้ทำในโตเกียว จึงทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้เพียงแค่พยายามจะออกสำรวจให้ครบทุกสิ่ง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกเดินเที่ยวทีละชุมชน ซึ่งนับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่การท่องเที่ยวแห่งชาติประเทศญี่ปุ่นได้จัดทำแผนที่สำหรับการเดินท่องเที่ยว opens in new windowไปยังย่านต่างๆ ที่น่าสนใจในโตเกียวทั้ง 7 แห่ง ที่ครบถ้วนด้วยแผนที่ จุดที่น่าสนใจ และข้อมูลอันมีประโยชน์อีกมากมาย เพื่อให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

  • ล่องไปตามสายน้ำ

    โตเกียว มิใช่เป็นเมืองที่ติดกับทะเลเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่ประกอบไปด้วยแม่น้ำสายหลักๆ หลากหลายสาย ฉะนั้นการท่องเที่ยวไปตามสายน้ำจึงเป็นวิธีที่ดีอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น วอเตอร์บัส opens in new window (Suijou Busu ในภาษาญี่ปุ่น) หรือเรือเมล์ ที่ล่องระหว่างอาซากุสะ ที่ตั้งของวัดเซ็นโซจิ และสวนญี่ปุ่นฮามะริคิว โดยมีเสียงบรรยายระหว่างทางในหลากหลายภาษา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งสะพานประวัติศาสตร์บนแม่น้ำซุมิดะ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการไปล่องเรือครูซที่เรียกว่า Yakatabune ซึ่งเป็นเรือในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่มีบริการอาหารมื้อค่ำ อย่างของ Funasei opens in new windowที่จัดเสิร์ฟอาหารห้าคอร์สและเครื่องดื่มแบบไม่จำกัด ในราคา 10,800 เยน แต่ต้องให้ผู้ที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นสำรองที่นั่งให้

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 60 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 1 ชั่วโมง
แท็กซี่ราคาประมาณ 16,000 -24,000 เยน
รถไฟ นาริตะ เอ็กเพรส ใช้ระยะเวลา 50 นาที ราคา 3,020 เยน
รถบัส ใช้ระยะเวลา 90 นาที

สนามบินนานาชาตินาริตะ ตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของเมืองโตเกียว ซึ่งสามารเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟและรถบัส โดยใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง } รถบัสมีบริการไปยังจุดหมายต่างๆ ในภูมิภาคคันโต โดยสามารถเช็ครายละเอียดต่างๆ ได้ที่เค้าท์เตอร์จุดประชาสัมพันธ์รถโดยสาร บริการรถแท็กซี่วิ่งเข้าเมืองจะอยู่ที่ราคาประมาณ ¥16,000-24,000 รถไฟด่วนนาริตะเอ็กซ์เพรสแบบมีที่นั่งที่แน่นอน พร้อมเดินทางสู่โตเกียว (¥3,020) ชินากาว่า ชิบุยะ ชินจูกุ อิเคบุคุโระ (¥3,190) และโยโกฮะมะ(¥4,620) ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนรถไฟสายด่วย สกายไลน์เนอร์ (Skyliner) ก็สามารถนำคุณไปสู่นิปโปริและอุเอโนะ ในราคา ¥2,470 ด้วยความสะดวกสบายที่คล้ายกัน นอกจากนี้ยังมีบริการรถไฟท้องถิ่นที่ให้บริการโดยการรถไฟญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทางเลือกที่ถูกกว่าทั้งรถไฟฟ้าสายเคเซ สายโทเออิ และสายเคคิว ไปยังสถานีต่างๆ ในโตเกียว กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

ช่วงที่ดอกซากุระผลิบานในเดือนมีนาคมและเมษายนคือช่วงเวลาที่ดีสำหรับการมาท่องเที่ยว แต่อากาศก็ยังหนาวเย็น ดังนั้นควรเตรียมเสื้อหนาวมาให้พร้อม ฤดูร้อนจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม พร้อมกับความชุ่มฉ่ำของสายฝน และงานเทศกาลต่างๆ อีกทั้งยังเป็นฤดูกาลแห่งดอกไม้ไฟด้วย เดือนสิงหาคมก็นับเป็นช่วงเวลาที่ดีเช่นกันถ้าไม่รวมถึงอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยคนโตเกียวส่วนใหญ่ใช้เวลานี้ในการพักผ่อนนอกเมือง หากชื่นชอบท้องฟ้าอันปลอดโปร่งสีฟ้าใสที่ตัดกับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีทั้งแดง เหลือง และส้ม ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยี่ยมเยือน แม้โตเกียวอาจไม่ค่อยมีหิมะตกในฤดูหนาว แต่ได้ไม่แน่เสมอไป ฉะนั้นควรเตรียมเสื้อหนาวให้พร้อมเมื่อวางแผนมาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

รถไฟในโตเกียวนั้นมีผู้ให้บริการหลายบริษัท ทั้ง การรถไฟญี่ปุ่น (JR) รถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) และอีกหลายบริษัทเอกชน ฉะนั้นการใช้แอปพลิเคชั่นในการนำทางต่างๆ อย่าง Google maps จึงจำเป็นสำหรับการมาท่องเที่ยวที่นี่

ค่าโดยสารรถไฟจะคิดตามระยะทาง แต่เพื่อความสบายไม่ปวดหัวควรซื้อบัตรโดยสารแบบเติมเงิน Suica (JR) หรือ PASMO (Tokyo Metro) ที่สามารถใช้กับเกือบทุกเครือข่าย และมูลค่าเงินในบัตรก็จะถูกตัดออกแบบอัตโนมัตในราคาย่อมเยาว์ โดยบัตร Suica สามารถหาซื้อได้ที่ JR Office ในสนามบินนาริตะ และสามารถแลกเงินคงเหลือคืนได้เมื่อคุณเดินทางกลับ

กลับไปข้างบน