วรรณกรรมและบ่อน้ำร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสู่เมืองแห่งภูเขาต้นสน

มัตสึยามะเป็นเมืองศูนย์กลางของจังหวัดเอฮิเมะและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะชิโกะกุ มัตซึยามะค่อนข้างเงียบสงบเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ของประเทศญี่ปุ่น เพราะมีผู้คนอาศัยอยู่เพียงครึ่งล้านเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นชาวญี่ปุ่นจะทราบดีว่าที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะบทประพันธ์ของ นัตซึเมะ โซเซกิ เรื่อง Botchan ที่ได้ใช้เมืองแห่งนี้ในการดำเนินเรื่อง และยังเป็นถิ่นกำเนิดของกลอนไฮกุ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวส่วนมากยังนิยมใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นในการออกแสวงบุญบนเกาะชิโกะกุ เพราะสามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายหลังจากการแสวงบุญได้ที่ โดโกะ ออนเซน (Dogo Onsen) ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นได้อีกด้วย

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ปราสาทที่ถูกอนุรักษ์ไว้

    ปราสาทส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันในประเทศญี่ปุ่นนั้น มักถูกสร้างขึ้นใหม่จากของเดิม แต่ปราสาทมัตซึยามะนั้นเป็นปราสาทเก่าที่สร้างมาแต่ดั้งเดิม แม้จะมีส่วนที่ได้รับการซ่อมแซมบ้างในปี 1820 โดยในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่นับเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการมานั่งชมดอกซากุระ รวมทั้งวิวทิวทัศน์อันแสนวิเศษของเมืองและท้องทะเลในยามที่อากาศปลอดโปร่ง แม้ว่าผนังด้านนอกกำแพงบริเวณฐานของภูเขาจะพังไป แต่ปัจจุบันก็มีความงดงามด้วยสวนอันงดงามที่มีชื่อว่า นิโนะมารุ การ์เด้น (Ninomaru Garden) มาแทนที่

  • ออนเซนแห่งชีวิต

    โดโกะ ออนเซน บ่อน้ำพุร้อนที่เชื่อกันว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตามบทประพันธ์ที่ปรากฎในสมัยศตวรรษที่ 8 แต่ชาวบ้านแถบนี้กล่าวว่าที่นี่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 3,000 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงก็ต้องลองแช่ตัวกันที่โรงอาบน้ำ Dogo Onsen Honakan opens in new window ซึ่งมีขนาดใหญ่และตกแต่งในแบบไบแซนไทน์ (Byzantine) อันเป็นสถานที่ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ในการสร้างสรรค์โรงอาบน้ำของหนังเรื่อง Spirited Away

  • เครื่องปั้นดินเผาชิ้นพิเศษ

    เครื่องปั้นดินเผา โทะเบะ-ยากิ (Tobe-yaki) ได้รับการบัญญัติไว้ให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ประเมินค่ามิได้ของญี่ปุ่น โดยแบบมาตรฐานส่วนใหญ่จะมีลวดลายสีขาวสลับลายครามสีน้ำเงิน แต่สีสันอื่นๆ ก็มีด้วยเช่นกัน เมื่อมาเยือน โทะเบะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ นอกจากจะได้เลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาชิ้นงามๆ แล้ว ยังสามารถลงมือปั้นดินเผาชิ้นพิเศษได้ที่ Tobe Creative Porelain Making Center โดยที่นี่ใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาที ด้วยรถบัสจากสถานีมัตซึยามะ

  • ขนมหวานเลื่องชื่อ

    ขนมหวานชื่อดังของเมืองมัตซึยามะ ซึ่งมีจำหน่ายทุกหนทุกแห่งคือ บอตชาน ดังโงะ (Botchan Dango) ที่มีชื่อเรียกขานตามนวนิยายประจำเมือง ขนมบอตชาน ดังโงะ เป็นเนื้อแป้งเนื้อนุ่ม รสหวาน มีสีแดง ขาว และเขียว เสียบไม้ ซึ่งเพียงแค่ก้าวเข้าเมืองนี้ไม่เกิน 2 ก้าว ก็จะได้พบกับโฆษณาของขนมชนิดนี้ตามร้านต่างๆ มากมาย ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองขนมชนิดนี้

  • สักการะวัดวาอาราม

    วัดและศาลเจ้าจำนวน 8 แห่งจากทั้ง 88 ของเกาะชิโกะกุนั้นตั้งอยู่ในเมืองมัตซึยามะ แม้จะไม่อยากชมปราสาททั้งหมดนี้ แต่ก็ควรลองแวะชมอย่างน้อยสัก 1-2 แห่ง ที่โด่งดัง อย่าง อิชิเทจิ (Ishiteji) opens in new window ซาอิรินจิ (Sairinji) opens in new windowและโจรุริจิ (Joruriji) opens in new window

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

ระยะทางสู่ใจกลางเมือง 6 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที แท็กซี่ราคาประมาณ 2,000 เยน รถบัส ไปยังสถานีรถไฟใจกลางเมืองใช้เวลา 15 นาที ราคา 310 เยน รถราง ไปยังสถานีมัตซึยามะ ด้วยสายอิโยะเททซึ (Iyotetsu) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที  ราคา 410 เยน

สนามบินมัตซึยามะมีรถบัสเชื่อมต่อไปยังตัวเมือง โดยวิ่งไปสู่สถานีรถไฟ Central Matsuyama Station จะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในราคา 310 เยน ส่วนรถบัสที่ไปยังโดโกะ ออนเซน จะใช้เวลา 40 นาที ในราคา 460 เยนแท็กซี่ไปยังตัวเมืองราคา 2,000 เยน กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

มัตซึยามะเป็นเมืองที่มีอากาศปลอดโปร่ง ด้วยอุณหภูมิเกือบ 30 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิก็อยู่สูงกว่าจุดเยือกแข็งและมีหิมะตกเล็กน้อย เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมเป็นฤดูฝน ซึ่งจะมีฝนตกหนัก ส่วนฤดุพายุไต้ฝุ่นชิโกะกุจะอยู่ในเดือนกันยายน แต่เพราะตั้งอยู่ด้านในของเกาะจึงไม่ได้รับแรงพายุมากเท่ากับเมืองที่ตั้งอยู่ด้านมหาสมุทรแปซิฟิก เทศกาล Summer Festival ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ประจำภูมิภาคจะจัดขึ้นเป็นเวลาสามวันในเดือนสิงหาคม ซึ่งมีการจุดดอกไม้ไฟ การแสดงดนตรี รวมไปถึงการเต้นแซมบ้า ส่วนพฤษภาคมคือช่วงที่มีการจัดเทศกาลที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์ชื่อว่า Hojo Kashima ซึ่งจะจัดขึ้นบนเรือขนาดเล็กที่บริเวณอ่าว และจบท้ายด้วยความเปียกปอนของทุกคนเสมอ

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

รถรางทั้ง 5 สายของอิโยะเททซึ (Iyotetsu) สามารถอำนวยความสะดวกในการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวในตัวเมืองได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการท่องเที่ยวก็ว่าได้ ด้วยเป็นรถรางสไตล์วินเทจในยุค 50 และ 60 ราคาค่าบริการอยู่ที่ 150 เยนตลอดสาย หรือจะเลือกซื้อตั๋วรายวันราคา 400 เยน ก็ได้ โดยการขึ้นทางด้านหลังรถ และจ่ายค่าโดยสารแบบไม่ต้องทอนในตอนลงรถ ซึ่งจะมีเครื่องแลกเงินไว้บริการใกล้กับคนขับรถ

กลับไปข้างบน