เมืองที่เพิ่งเปิดตัวสู่โลกภายนอก และมากด้วยตำนานที่ยังคงมิได้ประเมินค่า แต่คงไม่นานเกินรอ

ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่าห้าล้านคน ย่างกุ้งจึงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมาร์ และยังคงเป็นศูนย์กลางทางการค้าของประเทศ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ ด้วยเป็นที่ตั้งของเจดีย์ชเวดากองอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า

ย่างกุ้งเต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผับของชาวต่างชาติ อาหารสไตล์พม่าดั้งเดิม คู่กับเครื่องดื่มท้องถิ่น หรือเดินเล่นไปตามท้องถนนที่มีสถาปัตยกรรมยุคล่าอาณานิคมให้ได้เชยชม พร้อมเลือกซื้ออัญมณีล้ำค้า ของโบราณ งานศิลปะ และงานฝีมือท้องถิ่นที่ตลาดโบโจ๊ก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักใจกลางเมือง ส่วนพระเจดีย์สุเลนั้นตั้งอยู่บนสี่แยกอันแสนวุ่นวายของเมือง อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปแปดองค์ หากอยากสัมผัสเสน่ห์แห่งโลกเก่าก็ต้องไปลองจิบน้ำชาไฮทีที่โรงแรมสแตรนด์ (Strand Hotel) ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1901

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • เด่นดังอย่างยืนยง

    หากเลือกพักที่โรงแรมอันเก่าแก่หลายศตวรรษอย่าง โรงแรมสแตรนด์ (Strand Hotel) ก็เปรียบเสมือนก้าวตามรอยเท้าของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) รวมทั้งผู้ที่มีชื่อเสียงท่านอื่นๆ เพราะโรงแรมแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยพี่น้องตระกูลซาร์กีส์ (Sarkies Brothers) จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นโรงแรมพี่น้องของโรงแรมราฟเฟิลส์ สิงคโปร์ (Raffles Hotel Singapore) และ โรงแรมอีแอนด์โอ ปีนัง (E&O Hotel Penang) ไปโดยปริยาย ที่สำคัญบาร์ของโรงแรมแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานบันเทิงยอดนิยมในยามค่ำคืน แต่ด้วยการแข่งขันของสถานบันเทิงที่เพิ่มขึ้น แม้จะยังคงเป็นที่นิยมอยู่แต่ปริมาณผู้มาใช้บริการก็ลดลง ไม่แน่นมากดั่งเช่นเมื่อก่อน

  • ชมวิวสีทองอร่าม

    Vista Bar เป็นร้านนั่งดื่มบนดาดฟ้าที่พร้อมมอบวิวทิวทัศน์อันสวยงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง บาร์แห่งนี้เปิดทำการในเวลาหกโมงเย็น ฉะนั้นจึงควรไปในยามพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชมภาพอันน่าประทับใจของพระเจดีย์ที่จะเปลี่ยนสีและเรืองแสงสีทองท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับอันนับไม่ถ้วน

  • หลักเขตแห่งทองคำ

    พระมหาเจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองย่างกุ้ง ที่มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นทั้งเศร้าและสุข พระเจดีย์ดังกล่าวนี้มีความสูง 105 เมตร สร้างจากแผ่นทองคำเปลว ล้อมรอบด้วยเพชร 1,100 เม็ด และอัญมณีมีค่าอื่นๆ อีก 1,300 เม็ดรอบยอดพระเจดีย์ ยามพระอาทิตย์ตกคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยี่ยมชม เพราะจะปรากฎภาพอันงดงามของแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ที่โอบล้อมองค์พระเจดีย์

  • แค่เพียงปฏิเสธเท่านั้น

    อาคารสามชั้นรูปทรงประหลาดของพิพิธภัณฑ์ปราบปรามยาเสพติด (Drugs Elimination Museum) นั้นจัดแสดงสารคดีเกี่ยวกับทัดมาดอ (Tatmadaw) หรือระบบการปกครองโดยทหารของพม่ามากว่าห้าศตวรรษ ซึ่งมีบทบาทในการกวาดล้างการค้ายาเสพติดของที่นี่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ทางเหนือของเมือง โดยมีการฉายภาพยนตร์สามมิติเกี่ยวกับสงครามยาเสพติด ภาพเขียนฝาผนังสีสันสวยงามซึ่งเป็นเรื่องราวของชีวิตที่สุขสงบโดยปราศจากการใช้สารเสพติด อีกทั้งนิทรรศการปลอดสิ่งเสพติด ที่มีอวัยวะดองของมนุษย์ที่ถูกทำลายโดยยาเสพติดให้ชม

  • แหล่งดื่มกิน

    ถนนเส้นที่ 19 ในไชน่าทาวน์คือสถานที่แสนวิเศษสำหรับการรับประทานและดื่มเบียร์ ด้วยมีบาร์มากมายเรียงรายต่อกับร้านบาร์บีคิวที่เมนูส่วนใหญ่จะเป็นแบบเสียบไม้ ตั้งแต่ปลาและไก่ ไปจนถึงเครื่องในสัตว์ที่จะทำให้คุณตาโต และบาร์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบาร์เบียร์ที่เต็มไปด้ยเสียงอึกทึกและเก้าอี้พลาสติก

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 15 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 20 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ US$10

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

ย่างกุ้งมีสภาพภูมิอากาศแบบลมมรสุมเขตร้อน ซึ่งฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม ส่วนเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์นับเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการไปเยี่ยมเยือน เพราะจะมีอากาศเย็นและแห้ง เมียนมาร์มีการจัดงานเทศกาลไม่มากนักเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย แต่จะมีการฉลองเทศกาลตะจาน (Thingyan) ในเดือนเมษายนของทุกปีซึ่งได้ถูกกำหนดให้เป็นวันปีใหม่ของชาวพม่า ที่จะมีการสาดน้ำให้เปียกปอนดั่งเช่นเทศกาลสงกรานต์ของไทย ในเดือนตุลาคมก็จะได้ชมความงดงามของโคมประทีบในเทศกาลตาดิงยุต (Thandingyut) และในเดือนพฤศจิกายน ชาวพุทธจะมารวมตัวกันที่เจดีย์ชเวดากองเพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระสงฆ์

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

ระบบของรถบัสที่นี่นั้นท้าทายนักท่องเที่ยวอย่างยิ่ง จึงควรเลือกใช้บริการแท็กซี่เพื่อท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ต้องการ ด้วยราคา US$1-2 แต่การเที่ยวชมตัวเมืองย่างกุ้งที่ดีที่สุดคือการเดินเท้า เพราะถนนหนทางที่นี่ไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย

กลับไปข้างบน