เมืองการศึกษาที่รู้จักกันในนามว่าเอดินเบิร์กแห่งนิวซีแลนด์

ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ดะนีดิน เมืองที่เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของสก็อตแลนด์ที่ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ ด้วยมีสถาปัตยกรรมอันงดงามของศตวรรษที่ 19 เรียงรายอยู่รอบๆ โอทาโก้ ฮาร์เบอร์ (Otago Harbour) ในขณะที่ย่านชานเมืองเต็มไปด้วยเนินเขาสูงลดหลั่นคล้ายอัฒจรรย์กลางแจ้งที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนทรงเสน่ห์มากมาย ดะนีดินเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโอทาโก้ (Otago University) และโอทาโก้โปลีเทคนิค (Otago Polytechnic) ทั้งยังเป็นเมืองที่ร่ำรวยไปด้วยมรดกทางดนตรี โดยมีค่ายเพลงอิสระอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ ชื่อ Flying Nun เป็นผู้ค้นหานักดนตรีที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ เพื่อส่งเสริมให้ออกเล่นโชว์ตามบาร์และสถานที่ต่างๆ รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมความเฟื่องฟูของวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่อีกด้วย ในขณะที่ย่านชานเมืองมีวิวของอ่าวที่งดงามและเป็นเนินเขา แต่กลางใจเมืองบริเวณรอบๆ ลานกว้างโอทากอน (The Otagon) กลับสะดวกต่อการเดินเล่นสบายๆ อีกทั้งยังเรียงรายไปด้วยร้านค้า แกลเลอรี่ บาร์ และคาเฟ่มากมาย เหมาะแก่การเช่ารถและไปสำรวจยังแหลมโอทาโก้ (Otago Peninsula) เรื่อยไปจนถึงฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแหลมที่มีรอยแยกมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่เต็มไปด้วยชายหาดมากมาย ซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกที่เป็นแหล่งขยายพันธุ์นกอัลบาทรอส (Royal Albatross)

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ปราสาทแสนสวย

    สูงขึ้นไปจากที่ตั้งของท่าเรือ นั้นมีปราสาทเล็กๆ ที่งดงามด้วยศิลปะสไตล์วิคตอเรียน ซึ่งสร้างขึ้นโดย วิลเลี่ยม ลาร์แนช (William Larnach) ในปี คศ 1871 ปราสาทลาร์แนช (Larnach Castle) opens in new window แห่งนี้เหมาะแก่การมาเยี่ยมเยือนในช่วงเวลาน้ำชายามบ่ายหรือ High Tea เพื่อจะได้เดินเล่นชมสวนสวยขนาด 14 เฮกตาร์ได้อย่างรื่นรมย์ 

  • ผ่อนคลายด้วยความร้อน

    ฤดูร้อนคือช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมสำหรับการท่องเที่ยวที่ชายหาด อย่าง เซนต์แคลร์ (St Clair) อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทงดงามแสนประทับใจ พร้อมสระว่ายน้ำเค็มแบบร้อนสำหรับการแช่ตัว ที่เปิดให้บริการแบบสระน้ำทั่วไปในปี 1884 และถูกเปลี่ยนให้เป็นสระน้ำเค็มแบบร้อนตั้งแต่ช่วงปี 1960

  • รอบรู้ทุกเรื่องราว

    ด้วยเป็นเมืองที่ร่ำรวยไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่พิพิธภัณฑ์โอทาโก้ (Otago Museum) opens in new windowจะเป็นเหมือนแดนมหัศจรรย์ที่รวบรวมไว้ซึ่งวัฒนธรรม ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ตั้งอยู่ในระยะทางที่สามารถเดินมาเยี่ยมชมได้จากใจกลางของเมือง ด้วยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของดะนีดิน จึงคุ้มค่าอย่างยิ่งที่จะหาเวลามาเที่ยวชม  

  • เยือนเมืองท่า

    เพียง 15 กิโลเมตรไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของใจกลางเมืองดะนีดิน ก็จะเป็นที่ตั้งของพอร์ต ชาลเมอร์ส (Port Chalmers) opens in new window สถานที่ที่เฟื่องฟูไปด้วยสังคมชาวศิลป์ นักดนตรี และผู้ที่นิยมทางเลือกใหม่ในการดำเนินชีวิต ซึ่งที่นี่นับเป็นจุดหมายอันแสนวิเศษสำหรับการไปเยี่ยมเยือนในแบบเช้าไปเย็นกลับ

  • อัศจรรย์แห่งเซี่ยงไฮ้

    ดะนีดินมีสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ สวนดะนีดิน-จีน (Dunedin Chinese Garden) opens in new window ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่จัดแสดงผลงานศิลปะแกะสลักของช่างศิลป์และช่างฝีมือ จากเมืองพี่เมืองน้องของดะนีดิน หรือเซี่ยงไฮ้นั่นเอง 

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 30 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 30 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ NZ$90
ซูเปอร์ ซัตเตอร์ ราคาเริ่มตั้งแต่ NZ$30

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

สภาพอากาศของที่นี่มีลักษณะของเมืองทางใต้อันห่างไกล ซึ่งในฤดูหนาวจะอยู่ในช่วงกลางปีและมีอากาศเย็นจัด น้ำค้างแข็งจำนวนมาก และหิมะตก แต่กลางวันจะมีแดดจ้าและฟ้าใส อีกทั้งฤดูใบไม้ผลิที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนฤดูร้อนจะเริ่มต้นในช่วงสิ้นปีไปจนถึงช่วงอีสเตอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสนวิเศษด้วยบางครั้งจะมีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส

ดะนีดิน ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการจัดงานเทศกาล สัมมนา งานรื่นเริง งานด้านวัฒนธรรม และการกีฬาอื่นๆ อย่างการแข่งขันรักบี้ที่มีทีมโอทาโก้มาร่วมสร้างประสบการณ์การเล่นรักบี้ในสนามกีฬาหญ้าเทียมในร่มแห่งใหม่ อีกทั้งงาน April’s iD Dunedin Fashion Show ที่จัดขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายน และ Midwinter Carnival งานรื่นเริงที่จัดขึ้นเพื่อฉลองค่ำคืนที่ยาวนานแห่งฤดูหนาว รวมทั้งงาน International Science Festival ซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี ในช่วงต้นถึงกลางเดือนกรกฏาคม และท้ายสุดกับสุดยอดแห่งงานเทศกาลที่ไม่ธรรมดา กับ บูติก Arts Festival ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคมในปีที่เป็นเลขคู่

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

แม้จะยังคงความสวยงาม แต่สถานีรถไฟดะนีดิน (Dunedine Railway Station) อันเก่าแก่หลายศตวรรษก็มิได้เปิดให้บริการทั้งกับชาวเมืองและผู้ต่างถิ่น ฉะนั้นบริการรถบัสคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง ภายใต้การบริหารงานของบริษัทเดินรถแบรนด์ GoBus หนึ่งในสองบริษัทเดินรถ โดยมีรถ 17 สายวิ่งให้บริการทั่วเมืองในช่วงกลางวันของวันธรรมดา และ 13 สายในช่วงกลางคืนของวันธรรมดา วัดหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดอื่นๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของบริการได้ที่เว็บไซต์ของ Otago Regional Council

กลับไปข้างบน