วัดวาอาราม อาหารริมทาง การช้อปปิ้ง และไนท์ไลฟ์ กรุงเทพพร้อมมอบความตื่นเต้นในทุกรสชาติ

ไม่ว่าจะชื่นชอบแบบไหน กรุงเทพหรือบิ๊กแมงโก้ ก็พร้อมจะทำให้สมปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นการเสาะแสวงหาวัฒนธรรมอันงดงามของวัดวาอารามในศาสนาพุทธ สนุกสนานกับการจับจ่ายในศูนย์การค้า หรือหลงทางไปกับซอกซอยอันสลับซับซ้อน ที่กรุงเทพแห่งนี้ยังมีสปาสุดหรูที่เปิดให้บริการในราคา 3,000 บาท หรือการนวดเท้าในราคาเพียง 300 บาทเท่านั้น อีกทั้งเมนูอร่อยๆ ให้เลือกสรร ทั้งจากร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมากมาย ไปจนถึงสุดยอดจานอร่อยริมทางที่รับรองได้ว่าคุณไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนอย่างแน่นอน

ด้วยไม่มีจุดกลางเมืองที่ชัดเจน ผังของเมืองกรุงเทพจึงเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงและไร้ซึ่งจุดตั้งต้นของการเที่ยวชมเมือง ดังนั้นควรเลือกที่พักที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีเป็นอันดับแรก ซึ่งจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวนั้นง่ายและสะดวกขึ้น และเมื่อเลือกวัดและศูนย์การค้าที่ต้องการเยี่ยมชมได้แล้ว ก็ให้มุ่งตรงไปยังเขตเมืองเก่าเพื่อสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของกรุงเทพ อย่างย่านไชน่าทาวน์ (เยาวราช) อันอึกทึกด้วยตลาดและร้านอาหารริมทางที่พลุกพล่าน ในขณะที่เขตดุสิตนั้นจะรื่นรมย์เป็นผู้ดีกว่า ด้วยถนนกว้างเรียงรายไปด้วยต้นไม้อันร่มรื่น พร้อมเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีส และถนนข้าวสารที่แบ็คแพ็คเกอร์ทั้งหลายใฝ่ฝันถึง มิใช่เพียงแค่ไทยมาสัมผัสความเป็นไทยที่แท้จริงเท่านั้น แต่ที่นี้ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศของวันหยุดพักผ่อนที่สนุกสนานในทุกครั้งที่มาเยือน

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • ล่องเรือ

    ท่องเที่ยวไปตามคลองฝั่งธนบุรี กับทัวร์นั่งเรือหางยาวสีสดใส ด้วยการต่อรองราคาค่าบริการกับคนขับเรือที่ 500 บาท สำหรับการล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาแบบปลอดคลื่น เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ ที่มีเด็กๆ ขดตัวเป็นลูกระเบิดกระโดดลงเล่นน้ำ แม่ค้าขายของบนเรือ และหนุ่มๆ ออกหาปลา

  • สถานที่สำหรับเด็กๆ

    หากไม่รวมถึงภาพแรกที่ได้ยลกรุงเทพเมืองหลวงแห่งนี้นับเป็นจุดหมายดีเยี่ยมสำหรับเด็กๆ เพราะทั้งปลอดภัย และผู้คนก็เป็นมิตร ที่พร้อมจะสามารถสร้างประสบการณ์อันรื่นรมย์ให้กับเด็กๆ ได้ทุกวัน ทั้งการนั่งตุ๊กตุ๊ก หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพมหานคร (Bangkok Chrildren’s Discovery Museum) ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการการเรียนรู้ที่เน้นการโต้ตอบไปมา อีกทั้งเกมส์ภาษา ดนตรี และวิทยาศาสตร์อีกด้วย

  • เยือนแหล่งช้อป

    กรุงเท��นับเป็นสวรรค์ของนักช้อป เพราะมีตั้งแต่ศูนย์การค้าที่ใหญ่โตอันอึกทึกอย่างสยามพารากอน opens in new window และเซ็นทรัลเวิล์ด opens in new window ไปจนถึงสตรีทมาร์เก็ตที่เต็มไปด้วยผลงานของดีไซน์เนอร์ท้องถิ่น อีกทั้งตลาดนัดชื่อดังอย่าง ตลาดนัดสวนจตุจักร opens in new window (หรือที่รู้จักในนาม เจเจ) ที่มีร้านค้ามากมายกว่า 6,000 ร้าน จำหน่ายสารพัดสินค้าทั้งของเก่า อัญมณี ยีนส์วินเทจ และงานศิลปะชั้นหนึ่ง เป็นต้น

  • ลิ้มรสร้านริมทาง

    แม้กรุงเทพจะเป็นแหล่งรวมสุดยอดร้านอาหาร แต่หากต้องการสัมผัสรสชาติของไทยแท้ๆ ร้านอาหารริมทางคือสิ่งที่ควรลิ้มลองอย่างยิ่ง หลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงร้อนเสร็จใหม่ แทนอาหารที่ทำค้างไว้ทั้งวัน โดยแหล่งรวมร้านอาหารริมทางชื่อดังนั้นอยู่ที่ซอยสุขุมวิทซอย 38 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ซึ่งจะเปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นไปจนถึงตีสาม และยิ่งดึกก็จะยิ่งมีลูกค้าคับคั่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นช่วงที่ดีที่สุดเช่นกัน โดยมีเมนูเด่นคือ บะหมี่เกี๊ยว ผัดไท และข้าวเหนียวมะม่วงสุกสีเหลืองอร่าม

  • เที่ยวชมวัดวาอาราม

    พระบรมมหาราชวัง (The Grand Palace) อันงดงามตระการตา เสมือนมิเคยห่างหายไปจากงานเฉลิมฉลองสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอันเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต นอกจากนี้ ใกล้กันก็ยังมีวัดโพธิ์ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระนอนอันโด่งดัง รวมไปถึงสถาบันนวดแผนไทย ซึ่งนักบำบัดพร้อมจะผ่อนคลายความเมื่อยล้าตามเส้นต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีคอร์สอบรมการนวดเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 17 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ 250-350 บาท
รถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ สายด่วน (Express Line) 15 นาทีจากสนามบินไปยังสถานีพญาไท ราคา 150 บาทต่อเที่ยว
รถลีมูซีน ให้บริการไปยังตัวเมือง ติดต่อได้ที่เค้าท์เตอร์บริการรถลีมูซีน ณ ประตูทางออก ขาเข้าประเทศ

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

เมืองไทยเป็นเมืองไทยที่มีอากาศร้อน (เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์) ร้อนมาก (เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน) และชื้นแฉะ (เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม) ซึ่งสภาพอากาศดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงได้ไปตามภูมิภาคต่างๆ

กรุงเทพ เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถมาเยือนได้ตลอดปี ถึงแม้ว่าในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่ร้อนมาก ด้วยอุณหภูมิที่อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส และในเดือนกันยายนและตุลาคมที่อาจจะมีน้ำท่วมก็ตาม ในฤดูหนาวที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งและลมพัดเย็นสบาย คือช่วงเวลาที่รื่นรมย์ที่สุด แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากที่สุดเช่นกัน

ประเทศไทยมีวันหยุดประจำปีทั้งหมด 18 วันด้วยกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคธุรกิจต่างๆ จะหยุดทำการ แต่ร้านขายของและร้านอาหารตามพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็จะเปิดให้บริการตามปกติ สงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทยคือช่วงวันหยุดสำคัญที่สุด ซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางเดือนเมษายน

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

กรุงเทพนั้นมีการจราจรที่ติดขัดเป็นที่เลื่องลือ ซึ่งอาจกลายเป็นฝันร้ายโดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน และในขณะฝนตก ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รถไฟฟ้าบีทีเอส) และระบบขนส่งด่วนพิเศษ (รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที) นั้นมีประสิทธิภาพ ประหยัด และสะอาด จึงควรเลือกใช้ทุกครั้งที่ทำได้ แท็กซี่ก็มีราคาถูกและมีบริการมากมาย แต่ควรจะย้ำให้คนขับรถให้กดมิเตอร์เมื่อให้บริการ รถตุ๊กตุ๊กเป็นพาหนะที่สนุกสนาน แต่ก็มีเสียงดังและเต็มไปด้วยมลพิษจึงเหมาะสำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีมอเตอร์ไซด์ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ล่อใจ แต่ควรระลึกไว้เสมอว่าประกันการเดินทางจะไม่ครอบคลุมหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

กลับไปข้างบน