ก้าวสู่การพักผ่อน ท่ามกลางที่ราบสูงอันน่าอัศจรรย์

เมืองหลวงของจังหวัดดั๊กลัก (Dak Lak) คือ บวนมาถวต นั้นซ่อนตัวอยู่ในที่ราบสูงตอนกลางของเวียดนามอันเขียวขจี และทำหน้าที่เป็นประตูหน้าด่านก่อนเข้าสู่ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสีสัน อาทิ น้ำตกที่ซ่อนอยู่มากมายเช่นเดียวกับ อุทยานแห่งชาติยกดอน (Yok Don) แหล่งอนุรักษ์ทางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกจากนี้บวนมาถวต ยังเป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าเล็กๆ กว่า 40 ชนเผ่า และเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมสิ่งทอของภูมิภาคอีกด้วย
เมื่อมาเยือนเมืองแห่งนี้ที่มีชาวเวียดนามกว่า 300,000 คนอาศัยอยู่ ก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างสงบสุขท่ามกลางบรรยากาศของชนบทอันห่างไกล พร้อมรื่นรมย์กับการนั่งริมถนนจิบกาแฟรสเข้มจากเมล็ดกาแฟที่เก็บเกี่ยวจากฟาร์มใกล้ๆ หรือเดินสำรวจสวนยางพารารอบๆ โดยมอเตอร์ไซด์ และท่องหุบเขาที่สวยที่สุดในเวียดนาม ก่อนจะกลับไปยังหาดทรายที่ญาจางหรือจะวางแผนเที่ยวมหานครอย่างโฮจิมินห์ก็ได้เช่นกัน

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • เมล็ดกาแฟที่มีประวัติอันยาวนาน

    บวนมาถวตนับเป็นอาณาจักรแห่งการผลิตกาแฟของเวียดนาม ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดินสีแดงจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกกาแฟ เมล็ดพันธุ์กาแฟของที่ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับวัฒนธรรมจนยากจะแบ่งแยกได้ ที่เหมาะนำมาใช้เป็นแนวทางในการศึกษาเรื่องราวของประเพณีดั้งเดิม เพื่อให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นให้ถ่องแท้ เพราะชาวเมืองส่วนใหญ่นั้นนิยมดื่มกาแฟอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้จากพิธีกรรมการดื่มกาแฟของชนเผ่าเอเด (Ede) ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม และทุกๆ วันที่หมู่บ้านกาแฟบริเวณชานเมืองทางตอนเหนือของบวนมาถวต

  • น้ำตกงดงามที่น่าหลงใหล

    น้ำตกที่งดงามส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองบวนมาถวต โดยเฉพาะที่เดรย์ซับ (Dray Sap) ซึ่งงดงามเป็นที่สุดนั้น ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร จึงสามารถไปเที่ยวชมได้ด้วยมอเตอร์ไซด์ผ่านการจองล่วงหน้ากับ Easy Riders opens in new window บริษัทชื่อดังที่นำเที่ยวโดยไกด์ทหารผ่านศึก ที่สามารถสร้างสรรค์ทริปได้อย่างสนุกสุดๆ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ Vietnam Highland Travel opens in new window ที่ตั้งอยู่ในเมือง

  • ท่องเที่ยวเนินเขา

    จังหวัดดั๊กลัก (Dak Lak) เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาหลากหลายเผ่าพันธุ์ ที่มีบ้านพักของครอบครัวเผ่าม้ง (Hmong) ไว้บริการ ด้วยบ้านไม้กระดานทรงยาวที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลัค (Lak Lake) พร้อมสนุกกับการเต้นรำแบบดั้งเดิม หรือเป็นที่รู้จักตามแบบฉบับของยูเนสโก้ว่าฆ้องแห่งที่ราบสูงตอนกลาง และลิ้มลองน้ำอ้อยคั้นสด นั่นฟังนิทานเรื่องกษัตริย์คล้องช้างที่บันดุง (Ban Don) ให้เพลิดเพลิน ก่อนจะไปสำรวจหมู่บ้านเล็กๆ อันห่างไกลด้วยบริการจากไกด์นำเที่ยว

  • งานรวมสุดยอดช้าง

    หากมาเยี่ยมเยือนบวนมาถวตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อย่าพลาดชมเทศกาลแข่งช้าง (Elephant Race Festival) ที่จัดขึ้นบมริมฝั่งแม่น้ำสเรปก (Serepok River) ใกล้กับบันดุง ในเดือนที่สามตามปฏิทินจันทรคติ แต่จะมีการเตรียมตัวกัน 1 เดือนล่วงหน้า เพื่อให้เหล่าควาญช้างขุนช้างของตัวเองให้พร้อม

  • อุทยานแห่งกิจกรรม

    เดินทางไปทางตะวันตกของบวนมาถวตในระยะ 40 กิโลเมตร เพื่อหาโอกาสสำรวจอุทยานแห่งชาติยกดอน (Yok Don National Park) ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีอาณาเขตติดกับประเทศกัมพูชา ที่ๆ คุณสามารถตั้งแคมป์ พายเรือคายัค เดินป่า ส่องสัตว์ป่า เอร็ดอร่อยกับทุเรียน พร้อมสูดอากาศอันสะอาดบริสุทธิ์ในแบบที่ราบสูงตอนกลางได้อย่างชุ่มปอด

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 8 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 20 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ 50,000 ดอง (US$2.50)

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

บวนมาถวตมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ซึ่งจะมีสองฤดูกาลที่แตกต่างคือ อากาศร้อนร่วมกับแห้ง ในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนสิงหาคม ส่วนฤดูที่มีฝนตกชุกคือเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน ซึ่งหมายความว่าจะไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมเดินป่าเพราะฝนตกหนักมาก และในช่วงเทศกาลการแข่งขันช้างประจำปีนั้นจะจัดขึ้นในเดือนที่สามตามปฏิทินจันทรคติ หรือประมาณเดือนมีนาคม ซึ่งจะเป็นเวลาที่น่ามาท่องเที่ยวอย่างยิ่ง เพราะเหล่าควาญช้างจะทำการติวเข้มช้างของพวกเขาให้พร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าว

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

ที่นี่มีแท็กซี่มากมายวิ่งให้บริการ รวมไปถึงบริษัท Mai Linh ที่เชื่อถือได้ ด้วยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและอากาศอบอุ่น ทำให้การปั่นจักรยานเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับการท่องเที่ยวยังชนบทนั้นควรจะเช่ามอเตอร์ไซด์และจ้างไกด์ หรือบริษัททัวร์ที่มีเปิดให้บริการมากมาย ซึ่งสามารถจองล่วงหน้าหรือจองเมื่อมาถึงก็ย่อมได้

กลับไปข้างบน