สำหรับการเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ผู้เดินทางโดยสารจะต้องได้รับอนุญาตให้เดินทางโดยเครื่องบินเสียก่อน ซึ่งท่านจะต้องกรอกรายละเอียดในขั้นตอนการจองตั๋ว ผู้โดยสารจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบรายการหลักฐานและเตรียมเอกสารต่างๆที่จำเป็นสำหรับการเดินทางมาเอง ท่านจะต้องมีวีซ่า, หนังสือเดินทางที่สามารถใช้ได้ตามกำหนด, หลักฐานยืนยันการเดินทางไป-กลับประเทศ, ตลอดจนหลักฐานการพักอาศัยในช่วงเวลาเดินทางของท่าน

เจ็ทสตาร์ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีหลักฐานไม่ครบเดินทางโดยสารไปกับเราได้ และจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ท่านไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศ หรือกรณีสูญหายใดๆ ทั้งนี้ท่านจึงต้องรับผิดชอบขออนุญาตเดินทางให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการเดินทางของท่าน

ผู้โดยสารทุกท่านที่จะเดินทางไป หรือผ่านทางสหรัฐอเมริกาจะต้องได้รับการอนุมัติการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาให้เสร็จสมบูรณ์ ก่อนการเดินทางของท่าน รวมทั้งกรณีที่เที่ยวบินของท่านเดินทางไปสหรัฐโดยตรง หรือแวะจอด เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศปลายทางของท่านก็ตาม

สำหรับผู้โดยสารที่ถือสัญชาติของบางประเทศ รวมทั้งชาวออสเตรเลีย สามารถทำการขออนุญาตเข้าสหรัฐอเมริกาโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ที่ Visa Waiver Program โดยท่านควรทำการขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อยที่สุด 72 ชม. ก่อนการเดินทาง

โดยโครงการนี้อำนวยความสะดวกให้กับท่านผู้โดยสารที่ถือสัญชาติออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และอื่นๆ ที่ต้องการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า รวมทั้งกรณีที่ท่านผู้โดยสารเดินทางเข้าประเทศเพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ

ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้โดยสารที่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ที่ Electronic System for Travel Authorization (ESTA).

กรณีที่ท่านไม่ได้ถือสัญชาติออสเตรเลีย หรือต้องใช้เอกสารขอวีซ่าในกรณีพิเศษ ท่านสามารถตรวจสอบข้อกำหนดการเดินทางเข้าเมืองได้ที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศของท่าน หรือที่ US Department of State

ระบบ Secure Flight และ Advance Passenger Information

ท่านจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆเหล่านี้ สำหรับการทำการจองตั๋วโดยสารที่จะเดินทางไปยัง, มาจาก, เดินทางภายในประเทศ หรือข้ามประเทศสหรัฐอเมริกา:

ท่านจะต้องเตรียมหลักฐานต่างๆตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ภายใต้ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารของประเทศสหรัฐอเมริกา Secure Flight and Advance Passenger Information System (APIS)

ข้อมูลบังคับใช้ในการขออนุญาตเดินทางมีดังนี้:

  • ชื่อ-นามสกุลเต็มของผู้โดยสารตามที่ปรากฏที่หน้าหนังสือเดินทาง
  • วันเกิด
  • เพศ
  • หมายเลขหนังสือเดินทาง
  • สัญชาติ
  • ประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง
  • หมายเลขประจำตัวชาวต่างด้าว (ถ้ามี)
  • ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา (ไม่จำเป็นสำหรับผู้ถือสัญชาติอเมริกาและผู้อาศัยในอเมริกา) และประเทศที่ท่านอยู่อาศัย กรณีที่ท่านเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
  • หมายเลข Redress number* (ถ้ามี

*หมายเลข redress number คือ ตัวเลขประจำตัวภายใต้กฎข้อบังคับของ US Transportation Security Administration (TSA) ในการตรวจสอบคนเข้าเมือง กรณีที่ท่านเคยได้รับความยุ่งยากในการตรวจสอบ ควบคุมตัวหรือเข้าใจผิดว่าเป็นอาชญกรหรือคนร้ายที่เดินทางเข้าเมือง ท่านสามารถขอหมายเลข redress number เพื่อยืนยันตัวท่านได้ที่ Department of Homeland Security (DHS)

ระบบ Secure Flight คืออะไร

ระบบ Secure Flight ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางเข้า, ออกจาก, ผ่านประเทศ หรือเปลี่ยนเครื่องที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ โดยจะพิจารณาจาก:

  • บัญชีผู้ต้องสงสัย และผู้ก่อการร้าย
  • รายชื่อบุคคลต้องห้ามโดยสารทางเครื่องบิน (และสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา) ตั้งแต่ช่วงเวลาขึ้นเครื่องไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีเกณฑ์ทหารเพื่อการตรวจสอบเพิ่มเติมในการได้รับอนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่อง
  • กรณีผู้โดยสารที่ต้องได้รับความช่วยเหลือพิเศษ ทางสายการบินอนุญาตให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบยังคงเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้
  • อยู่ภายใต้นโยบายปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร

ข้อมูล Secure Flight  นั้นๆจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

สายการบินจะต้องได้รับอนุญาตจาก TSA ในการอนุญาตให้ผู้โดยสารแต่ละท่านเดินทางขึ้นเครื่องไปยัง, ออกจาก, เดินทางภายใน หรือผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาได้

ในการขออนุญาตทำการบิน ทางสายการบินจะต้องส่งข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ หมายเลข redress (ถ้ามี) ไปยัง TSA ภายใน 72 ชม. ก่อนกำหนดออกเดินทาง เพื่อให้ TSA ทำการพิจารณา

TSA ได้กำหนดนโยบายความปลอดภัยข้อมูลผู้โดยสารไว้ดังนี้:

    หน่วยงาน Transportation Security Administration (TSA) กำหนดให้ผู้โดยสารจะต้องแจ้งข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ เพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นภายใต้รายการควบคุมต่างๆ ตามข้อกำหนดที่ 49 U.S.C. section 114, the Intelligence Reform และ Terrorism Prevention Act of 2004 และ 49 C.F.R parts 1540 และ 1560 โดยท่านจะต้องแจ้งหมายเลข redress (ถ้ามี) โดยทาง TSA จะไม่อนุญาตให้ทันผ่านเข้าไปบริเวณทางขึ้นเครื่องบิน หากผู้โดยสารไม่ทำการแจ้งข้อมูลที่ระบุไว้อย่างครบถ้วน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ US Transportation Security Administration (TSA)

จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันไม่สามารถแจ้งข้อมูลตามที่กำหนด

กรณีที่ท่านให้ข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ ไม่ครบตามกำหนด ทางสายการบินจะไม่ออกตั๋วเครื่องบินให้กับท่าน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะต้องระบุไว้ในขั้นตอนการจอง และท่านจะไม่สามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินได้

โปรแกรม Secure Flight นั้นใช้แทนระบบ Advance Passenger Information ได้หรือไม่

ระบบ Secure Flight ไม่สามารถใช้แทน ระบบ Advance Passenger Information โดยได้มีข้อกำหนดให้สายการบินนำส่งข้อมูล หนังสือเดินทางผู้โดยสาร, หมายเลขต่างด้าว (ถ้ามี), เที่ยวบินที่เดินทางไปยังอเมริกา, ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา (ไม่ต้องใช้สำหรับผู้โดยสารสัญชาติอเมริกาและผู้อาศัยในอเมริกา) ให้กับ TSA และ Border Protection (CBP) ซึ่งทางสายการบินจะต้องได้รับอนุญาตจาก CBP เสียก่อน จึงจะทำการอนุญาตให้ผู้โดยสารนั้นๆเดินทางขึ้นเครื่องได้

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ APIS ได้ที่ Customs and Border Protection (CBP) website

ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ

ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2009 เป็นต้นมา คําตัดสินชี้ขาดของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ (DOT) เกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในการเดินทางทางอากาศ (14 CFR ส่วนที่ 382) ได้ผลบังคับใช้ Jetstar จึงต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดส่วนใหญ่ของคําตัดสินชี้ขาดนี้ ปัจจุบัน Jetstar บินไปยังโฮโนลูลูในสหรัฐอเมริกา สําหรับเที่ยวบินไปและกลับจากโฮโนลูลู จะไม่มีข้อจํากัดสําหรับผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเก้าอี้รถเข็น

คุณสามารถขอรับสําเนากฎระเบียบของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในการเดินทางทางอากาศในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ซึ่งจัดหาให้โดยกระทรวงคมนาคม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

    (1) การโทรภายในสหรัฐอเมริกา โปรดติดต่อหมายเลขโทรฟรีสําหรับผู้เดินทางทางอากาศที่ทุพพลภาพได้ที่ 1-800-778-4838 (ระบบเสียง) หากคุณหูหนวก ได้ยินไม่ชัดเจน หรือมีความบกพร่องทางการพูด โปรดโทรไปที่ 7-1-1 เพื่อเข้าถึงระบบบริการถ่ายทอดการสื่อสาร

    (2) ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยัง Aviation Consumer Protection Division (แผนกคุ้มครองผู้บริโภคด้านการบิน) ที่หมายเลข 202-366-2220 (ระบบเสียง) หากคุณหูหนวก ได้ยินไม่ชัดเจน หรือมีความบกพร่องทางการพูด โปรดโทรไปที่ 7-1-1 เพื่อเข้าถึงระบบบริการถ่ายทอดการสื่อสาร

    (3) ติดต่อทางไปรษณีย์ไปที่ Air Consumer Protection Division, C-75, U.S. Department of Transportation, 1200 New Jersey Ave., SE., West Building, Room W96-432, Washington, DC 20590 และ

    (4) ไปที่ เว็บไซต์ของ Aviation Consumer Protection Division

บัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของผู้โดยสารสายการบินที่ทุพพลภาพ

บัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของผู้โดยสารสายการบินที่ทุพพลภาพจะมีผลบังคับใช้กับเที่ยวบินที่เดินทางไปยังและออกจากสหรัฐอเมริกา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของคุณได้ที่ เว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ฉันต้องมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนอื่นๆหรือไม่
  2. หลักฐานประกอบการเดินทาง - เที่ยวบินภายในประเทศญี่ปุ่น
  3. ข้อมูลประจำตัวในการเดินทาง - เที่ยวบินระหว่างประเทศ
  4. ฉันควรเดินทางไปสนามบินเมื่อไหร่
  5. การเช็คอินออนไลน์
  6. หลักฐานประกอบการเดินทาง - เที่ยวบินภายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
  7. เที่ยวบินในประเทศที่เดินทางจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
  8. เสื้อผ้าสำหรับการเดินทางโดยเที่ยวบินของคุณ
  9. ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจองได้อย่างไร
  10. ฉันต้องการทำการจองตั๋วเครื่องบิน

คำถามที่พบบ่อย