ข้อกําหนดเพิ่มเติมสําหรับการเดินทางในปี 2023

โครงการยกเว้นการขอวีซ่า (ESTA)

ข้อมูลเที่ยวบินและข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย

ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ

หากคุณกำลังจะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา คุณต้องได้รับอนุญาตก่อนที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ยื่นขอวีซ่า (หรือสมัครในโครงการยกเว้นการขอวีซ่า) ทันทีที่สามารถทำได้หลังจากจองบัตรโดยสารแล้ว โปรดดูรายละเอียดที่ด้านล่าง

หากคุณไม่มีเอกสารที่จําเป็นสำหรับการเดินทางอย่างครบถ้วน Jetstar อาจไม่สามารถให้บริการแก่คุณได้ Jetstar จะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใด ๆ หากคุณไม่ได้ปฏิบัติข้อกําหนดการเดินทางที่เหมาะสม

ข้อกําหนดเพิ่มเติมในการเดินทางเข้าประเทศสําหรับการเดินทางในปี 2023

ขณะนี้มีข้อกําหนดการเดินทางเพิ่มเติมสําหรับการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา

ข้อกําหนดนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยแจ้งล่วงหน้าเพียงไม่นาน โปรด ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดในเว็บไซต์ของรัฐบาลเสมอ

การเปิดเผยข้อมูลผู้โดยสาร

หากต้องการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้โดยสารทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปจะต้องกรอกแบบฟอร์มการเปิดเผยข้อมูลผู้โดยสารของสหรัฐฯ (US Passenger Disclosure) ก่อนขึ้นเครื่อง รวมถึงพลเมืองและผู้มีถิ่นพํานักถาวรในสหรัฐฯ

เราจะส่งอีเมลให้คุณภายใน 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง พร้อมด้วยแบบฟอร์มส่วนบุคคลที่คุณสามารถกรอกทางออนไลน์ได้

หรือคุณสามารถใช้รหัสอ้างอิงการจองของคุณเพื่อเข้าถึงและกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

การเปิดเผยข้อมูลผู้โดยสารของสหรัฐอเมริกา opens in new window

หากคุณจองผ่านบุคคลภายนอก เช่น บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวหรือสายการบินอื่น ให้ใช้รหัสอ้างอิงการจองที่ให้ไว้เพื่อเข้าสู่ระบบและไปที่ จัดการการจอง เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว คุณจะเห็นรหัสอ้างอิงการจองของ Jetstar ที่คุณสามารถใช้เพื่อเข้าถึงแบบฟอร์มได้

โครงการยกเว้นการขอวีซ่า

พลเมืองของบางประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย สามารถได้รับการอนุญาตผ่าน โครงการยกเว้นการขอวีซ่า เราขอแนะนำให้คุณยื่นความจำนงเพื่อขออนุญาตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

โครงการนี้อนุญาตให้ผู้โดยสารบางส่วนเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ได้นานถึง 90 วันสําหรับการท่องเที่ยวหรือการติดต่อธุรกิจ โดยไม่ต้องขอวีซ่า พลเมืองของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอื่น ๆ มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ได้ โครงการนี้มีผลบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวในสหรัฐฯ และผู้โดยสารที่แวะพักหรือแวะเปลี่ยนเครื่องในสหรัฐฯ

ตรวจสอบสิทธิ์ของคุณและสมัครขออนุญาตการเดินทางที่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการอนุญาตการเดินทาง (ESTA)

หากคุณเดินทางด้วยหนังสือเดินทางที่ไม่ใช่ของออสเตรเลีย หรือมีเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับวีซ่า โปรดตรวจสอบเงื่อนไขการตรวจคนเข้าเมืองของคุณกับสถานทูตสหรัฐฯ หรือกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

โปรแกรมแจ้งข้อมูลเที่ยวบินและข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย

เมื่อคุณจองการเดินทางไปยัง/จากสหรัฐฯ หรือภายในสหรัฐฯ หรือผ่านสหรัฐฯ เราจะขอให้คุณแจ้งรายละเอียดบางอย่างในระหว่างการจองและเมื่อคุณเช็คอินที่สนามบิน

ข้อมูลนี้เป็นข้อบังคับตามที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของสหรัฐฯ กำหนดภายใต้ระบบแจ้งข้อมูลเที่ยวบินและผู้โดยสารล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย (Secure Flight and Advance Passenger Information System - APIS)

คุณต้องแจ้งรายละเอียดต่อไปนี้เมื่อทำการจอง

  • ชื่อและนามสกุลของผู้โดยสารแต่ละคนซึ่งต้องตรงกับชื่อและนามสกุลในเอกสารการเดินทางของผู้โดยสารนั้น ๆ
  • วันเดือนปีเกิด
  • เพศ

ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน คุณต้องแจ้งข้อมูลต่อไปนี้เพิ่มเติมในการจองของท่าน นั่นคือ

  • หมายเลขหนังสือเดินทาง
  • สัญชาติ
  • ประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง
  • หมายเลขทะเบียนบุคคลต่างด้าว (ถ้ามี)
  • ที่อยู่ปลายทางในสหรัฐอเมริกา (ไม่จําเป็นสําหรับพลเมืองและผู้มีถิ่นพํานักถาวรในสหรัฐอเมริกา) และประเทศที่มีถิ่นพํานักสําหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกา
  • หมายเลขแสดงตัวตน* (ถ้ามี)

*หมายเลขแสดงตัวตนคือ หมายเลขเฉพาะที่ช่วยให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) ของสหรัฐอเมริกาสามารถขจัดปัญหาการระบุตัวตนผิดพลาดสำหรับรายชื่อบุคคลที่ถูกจับตามอง หากคุณประสบปัญหาในการตรวจคัดกรอง หรือเชื่อว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นที่ทำให้ชื่อของคุณตรงกับรายชื่อที่บุคคลถูกจับตามอง ขอให้แจ้งความจำนงต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security, DHS) เพื่อขอหมายเลขแสดงตัวตน

ระบบ Secure Flight คืออะไร

ระบบ Secure Flight ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางเข้า, ออกจาก, ผ่านประเทศ หรือเปลี่ยนเครื่องที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ โดยจะพิจารณาจาก:

  • บัญชีผู้ต้องสงสัย และผู้ก่อการร้าย
  • รายชื่อบุคคลต้องห้ามโดยสารทางเครื่องบิน (และสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆภายใต้การควบคุมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา) ตั้งแต่ช่วงเวลาขึ้นเครื่องไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีเกณฑ์ทหารเพื่อการตรวจสอบเพิ่มเติมในการได้รับอนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่อง
  • กรณีผู้โดยสารที่ต้องได้รับความช่วยเหลือพิเศษ ทางสายการบินอนุญาตให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบยังคงเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้
  • อยู่ภายใต้นโยบายปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร

ข้อมูล Secure Flight  นั้นๆจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

สายการบินจะต้องได้รับอนุญาตจาก TSA ในการอนุญาตให้ผู้โดยสารแต่ละท่านเดินทางขึ้นเครื่องไปยัง, ออกจาก, เดินทางภายใน หรือผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาได้

ในการขออนุญาตทำการบิน ทางสายการบินจะต้องส่งข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ หมายเลข redress (ถ้ามี) ไปยัง TSA ภายใน 72 ชม. ก่อนกำหนดออกเดินทาง เพื่อให้ TSA ทำการพิจารณา

TSA ได้กำหนดนโยบายความปลอดภัยข้อมูลผู้โดยสารไว้ดังนี้:

    หน่วยงาน Transportation Security Administration (TSA) กำหนดให้ผู้โดยสารจะต้องแจ้งข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ เพื่อทำการตรวจสอบเบื้องต้นภายใต้รายการควบคุมต่างๆ ตามข้อกำหนดที่ 49 U.S.C. section 114, the Intelligence Reform และ Terrorism Prevention Act of 2004 และ 49 C.F.R parts 1540 และ 1560 โดยท่านจะต้องแจ้งหมายเลข redress (ถ้ามี) โดยทาง TSA จะไม่อนุญาตให้ทันผ่านเข้าไปบริเวณทางขึ้นเครื่องบิน หากผู้โดยสารไม่ทำการแจ้งข้อมูลที่ระบุไว้อย่างครบถ้วน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ US Transportation Security Administration (TSA)

จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันไม่สามารถแจ้งข้อมูลตามที่กำหนด

กรณีที่ท่านให้ข้อมูลชื่อของผู้โดยสาร วันเกิด เพศ ไม่ครบตามกำหนด ทางสายการบินจะไม่ออกตั๋วเครื่องบินให้กับท่าน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะต้องระบุไว้ในขั้นตอนการจอง และท่านจะไม่สามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินได้

โปรแกรม Secure Flight นั้นใช้แทนระบบ Advance Passenger Information ได้หรือไม่

ระบบ Secure Flight ไม่สามารถใช้แทน ระบบ Advance Passenger Information โดยได้มีข้อกำหนดให้สายการบินนำส่งข้อมูล หนังสือเดินทางผู้โดยสาร, หมายเลขต่างด้าว (ถ้ามี), เที่ยวบินที่เดินทางไปยังอเมริกา, ที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา (ไม่ต้องใช้สำหรับผู้โดยสารสัญชาติอเมริกาและผู้อาศัยในอเมริกา) ให้กับ TSA และ Border Protection (CBP) ซึ่งทางสายการบินจะต้องได้รับอนุญาตจาก CBP เสียก่อน จึงจะทำการอนุญาตให้ผู้โดยสารนั้นๆเดินทางขึ้นเครื่องได้

ดูข้อมูลเกี่ยวกับ APIS ได้ที่ Customs and Border Protection (CBP) website

ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ

ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2009 เป็นต้นมา คําตัดสินชี้ขาดของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ (DOT) เกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในการเดินทางทางอากาศ (14 CFR ส่วนที่ 382) ได้ผลบังคับใช้ Jetstar จึงต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดส่วนใหญ่ของคําตัดสินชี้ขาดนี้ ปัจจุบัน Jetstar บินไปยังโฮโนลูลูในสหรัฐอเมริกา สําหรับเที่ยวบินไปและกลับจากโฮโนลูลู จะไม่มีข้อจํากัดสําหรับผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเก้าอี้รถเข็น

คุณสามารถขอรับสําเนากฎระเบียบของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในการเดินทางทางอากาศในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ซึ่งจัดหาให้โดยกระทรวงคมนาคม ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

    (1) การโทรภายในสหรัฐอเมริกา โปรดติดต่อหมายเลขโทรฟรีสําหรับผู้เดินทางทางอากาศที่ทุพพลภาพได้ที่ 1-800-778-4838 (ระบบเสียง) หากคุณหูหนวก ได้ยินไม่ชัดเจน หรือมีความบกพร่องทางการพูด โปรดโทรไปที่ 7-1-1 เพื่อเข้าถึงระบบบริการถ่ายทอดการสื่อสาร

    (2) ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยัง Aviation Consumer Protection Division (แผนกคุ้มครองผู้บริโภคด้านการบิน) ที่หมายเลข 202-366-2220 (ระบบเสียง) หากคุณหูหนวก ได้ยินไม่ชัดเจน หรือมีความบกพร่องทางการพูด โปรดโทรไปที่ 7-1-1 เพื่อเข้าถึงระบบบริการถ่ายทอดการสื่อสาร

    (3) ติดต่อทางไปรษณีย์ไปที่ Air Consumer Protection Division, C-75, U.S. Department of Transportation, 1200 New Jersey Ave., SE., West Building, Room W96-432, Washington, DC 20590 และ

    (4) ไปที่ เว็บไซต์ของ Aviation Consumer Protection Division

บัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของผู้โดยสารสายการบินที่ทุพพลภาพ

บัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของผู้โดยสารสายการบินที่ทุพพลภาพจะมีผลบังคับใช้กับเที่ยวบินที่เดินทางไปยังและออกจากสหรัฐอเมริกา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของคุณได้ที่ เว็บไซต์ของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  1. ฉันต้องมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนอื่นๆหรือไม่
  2. หลักฐานประกอบการเดินทาง - เที่ยวบินภายในประเทศญี่ปุ่น
  3. ข้อมูลประจำตัวในการเดินทาง - เที่ยวบินระหว่างประเทศ
  4. หลักฐานประกอบการเดินทาง - เที่ยวบินภายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
  5. การเช็คอินออนไลน์
  6. เที่ยวบินในประเทศที่เดินทางจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
  7. ฉันควรเดินทางไปสนามบินเมื่อไหร่
  8. ฉันต้องการทำการจองตั๋วเครื่องบิน
  9. การเดินทางไปและกลับจากจีน
  10. ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจองได้อย่างไร

คำถามที่พบบ่อย