ด้วยการพึ่งพาตนเองตลอดเรื่อยมา “เมืองแห่งวีระชน” ของหมู่เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่น่าสนใจมากมายและการครัวอันน่ารื่นรมย์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของอินโดนีเซีย สุราบายาเต็มไปด้วยบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่สำคัญด้วยการจราจรที่ติดขัดอย่างไม่สิ้นสุด เมืองแห่งนี้เคยมีบทบาทสำคัญในปี 1945-50 อันเป็นช่วงการปฏิวัติประชาชาติของชาวอินโดนีเซีย (Indonesian National Revolution) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่โหดร้ายของสงครามการกอบกู้เอกราชที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ทำให้สุราบายาได้ถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งวีระชน” ของอินโดนีเซีย

การพัฒนาด้านเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีศูนย์การค้าผุดขึ้นมากมาย แต่อาหารและวัฒนธรรมก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจประจำเมือง แต่ในใจกลางเมืองก็ยังมีกิจกรรมมากมายให้ทำ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ คลั่งไคล้ในสถาปัตยกรรม นักช้อปผู้ทรหด หรือนักชิมสุดกล้า นอกจากนี้ อาคารในสไตล์โคโลเนียลก็มีให้ชมอยู่ทุกหนแห่ง ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ยาสูบ (House of Sampoerma Museum) ที่สร้างขึ้นในปี 1862 ไปจนถึงโรงแรมมาจาพาฮิท (Majapahit Hotel) อันเป็นเอกลักษณ์ โดยโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นที่ประท้วงของกลุ่มชาตินิยมอินโดนีเซียที่ต่อต้านการเป็นอาณานิคมในปี 1945 ซึ่งมีการฉีกธงดัตช์อันโด่งดังเกิดขึ้นที่ทำให้อินโดนีเซียได้เอกราชกลับคืนมา สุราบายายังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปช้อปปิ้งคือในเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน เมื่อมหกรรมงานลดราคาประจำปีได้ถูกจัดขึ้น ด้านอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถมาลิ้มลองรสชาติอาหารพื้นเมืองของสุราบายาได้ในทุกๆ ที่ตั้งแต่แผงข้างทางไปจนถึงร้านอาหารมีระดับ

กลับไปข้างบน

เรื่องน่าทำ

  • เจาะลึก

    เยี่ยมชมมัสยิดสุนันอัมเปล (Sunan Ampel Mosque) มัสยิดที่เก่าแก่เป็นอันดับที่สามของอินโดนีเซียและเป็นสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาของชาวมุสลิม จากนั้นไปเที่ยมชมที่อนุสาวรีย์เรือดำน้ำ (Monumen Kapal Selam) opens in new window อันเป็นที่ตั้งของเรือดำน้ำขนาด 76.6 เมตร กว้าง 6.3 เมตร หากกำลังหาสถานที่สำหรับพักผ่อนสั้นๆ และโพสรูปภาพวันหยุดพักผ่อนแบบออนไลน์ ก็สามารถแวะที่ตามันโกตาบังเคียว ซึ่งเป็นสวนสาธารณะในเมืองที่มีฟรี Wi-Fi

  • เหนือกว่าที่เคย

    ด้วยความยาวถึง 5.438 กิโลเมตร สะพานสุรามาดู (Suramadu Bridge) นั้นเชื่อมต่อสุราบายาไปและเกาะมาดูรา (Madura) ซึ่งนับเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในอินโดนีเซีย มาดูรานั้นเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับที่ยอดเยี่ยม เพราะสามารถท่องเที่ยวไปได้รอบจัตุรัสของเมือง พร้อมลิ้มลองของอร่อยมีชื่อของเกาะ อย่างเมนูเป็ดซินเจย์ (Sinjay) 

  • สัญญาณควัน

    ในปี 1932 ผู้ประกอบการยาสูบ Liem Seeng Tee ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ซัมโปน่า (Sampoerna) ได้เปลี่ยนอาคารสไตล์ดัตช์ในใจกลางสุราบายาให้กลายมาเป็นโรงงานผลิตแห่งแรกของบริษัท ปัจจุบันตึกดังกล่าวนั้นเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ เฮ้าส์ออฟซัมโปน่า (House of Sampoerna) ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสต์ของผู้ผลิตบุหรี่ชั้นนำของอินโดนีเซีย หากมาเยี่ยมชมในช่วงเช้าก็จะได้เห็นการสาธิตวิธีม้วนมวนบุหรี่แบบดั้งเดิม และเพลิดเพลินไปกับทัวร์ที่บริการฟรีอย่าง Surabaya Heritage Track ที่มีสามรอบต่อวัน

  • เผ็ดเกินต้านทาน

    หากคุณสามารถรับมือกับความเผ็ดร้อนได้ ต้องลิ้มลองข้าวผัด Jancuk (“Jancuk” เป็นคำหยาบในภาษาชวา) ที่ร้านอาหารของสุราบายา พลาซ่า โฮเทล (Surabaya Plaza Hotel) หรือลองรูจั๊ก ซินเกอร์ (Rujak Cingur) ที่สุราบายา พลาซ่า (Surabaya Plaza) บนจาลัน อาหมัด ยานิ (Jalan Ahmad Jaiz) และห้ามพลาดโอกาสที่จะไปล้างปากเป็นการตบท้ายด้วยของหวานที่ร้านไอศกรีมที่มีชื่อเสียงอย่าง Zangrandi บนจาลัน เปอมูดา (Jalan Pemuda)

  • สีสันที่แท้จริง

    เป็นที่รู้จักกันในนามโฮเทล โอรานจ์ (Hotel Oranje) และโฮเทล ยามาโต (Hotel Yamato) โรงแรมมาจาพาฮิท (Majapahit Hotel) เป็นสถานที่มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันสำคัญที่สุดของอินโดนีเซียเกิดขึ้น ในวันที่ 19 กันยายน 1945 ไม่นานเท่าไหร่หลังจากอินโดนีเซียได้ประกาศอิสรภาพ กองกำลังชาวอินโดนีเซียก็ได้ฉีกส่วนล่างสีฟ้าของธงดัชต์ที่โบกสะบัดอยู่บนยอดของโรงแรมทิ้ง และเปลี่ยนเป็นธงชาติอินโดนีเซียสีแดงและขาวเช่นเดียวกับในปัจจุบัน

กลับไปข้างบน

ข้อมูลสนามบิน

สู่ใจกลางเมือง 18 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 30-45 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ 70,000 รูเปียห์
รถบัส 15,000 รูเปียห์ และใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
การเช่ารถส่วนตัว พร้อมคนขับ ราคา 250,000 – 300,000 รูเปียห์

กลับไปข้างบน

ควรไปช่วงใด

สุราบายามีอากาศที่อบอุ่นกว่าจาการ์ตา ดังนั้น หากมีผิวไหม้ได้ง่ายก็ควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแดดที่แผดจ้า เช่นเดียวกับเมืองส่วนใหญ่ในอินโดนีเซีย สุรายายามีแสงแดดตลอดปีและมักจะมีอากาศชื้น ช่วงฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนมีนาคม และจะมีฝนตกไม่กี่ชั่วโมงได้เกือบทุกวัน ในปลายเดือนเมษายน พาเหรดวัฒนธรรมสุราบายาจะถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบการก่อตั้งเมือง พร้อมการแสดงและขบวนคอสตูมอันสวยงาม ซึ่งมักจะจัดต่อเนื่องจนไปถึงเดือนพฤษภาคม โดยขบวนพาเหรดขบวนแรกจะเริ่มขึ้นที่อนุสาวรีย์ปาห์ลาวัน (Tagu Pahlawan) ส่วนงานสำคัญอื่นๆ ในและรอบๆ เมือง ก็ได้แก่ เทศกาลว่าว (Kite Festival) ในลายังลายัง (Layang Layang) การเฉลิมฉลองเรือประมงและเทศกาลอาหารในปาคุวอน (Pakuwon)

กลับไปข้างบน

การเดินทาง

แท็กซี่มิเตอร์สามารถโบกเรียกได้ในเกือบทุกหนทุกแห่ง แต่ควรระวังคนขับรถที่จะเสนอราคาเหมาซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมที่ปฏิบัติตามปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถโทรเรียกแท็กซี่ได้ รถท้องถิ่นมอเตอร์ไซด์สามล้อบาจ๊าด (Bajaj) และรถสามล้อถีบเบจะห์ (Becak) ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทางรอบเมือง แต่ควรตกลงราคาก่อนออกเดินทางเสมอ

กลับไปข้างบน